สาวข้าราชการที่ถูกกระชากผม เปิดใจอีกครั้ง หลังสาวหัวร้อนเข้ามอบตัว ลั่น เขาบอกแจ้งความเกินแก่เหตุ

สาวข้าราชการที่ถูกกระชากผม เปิดใจอีกครั้ง หลังสาวหัวร้อนเข้ามอบตัว ลั่น เขาบอกแจ้งความเกินแก่เหตุ

Publish 2020-09-16 14:42:34


สืบเนื่องจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปสาวถูกกระชากผม ที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สาเหตุมาจากเรื่องจองที่นั่งในรถตู้โดยสาร เนื่องจากสาวคนที่โดนกระชากผมนั้นได้นำกระเป๋าไปจองที่นั่งแถวหน้าของรถตู้ ทำให้หญิงผู้ก่อเหตุไม่พอใจ เมื่อลงจากรถตู้จึงตามมากระชากผม และโต้เถียงกัน เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า หญิงสาวที่ถูกกระชากผม เป็นชาว อ.สอง จ.แพร่ ที่ไปทำงานอยู่กรุงเทพมหานคร



ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึงกรณีที่สื่อออนไลน์นำเสนอข่าว “โดนกระชากหัว ปมจองเบาะรถตู้” ในพื้นที่ สน.พญาไท ว่า ได้รับรายงานจาก สน.พญาไท ว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 63 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้มี ผู้หญิง อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท จากการสอบปากคำทราบว่า ผู้เสียหายได้โดยสารรถตู้จากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่างที่โดยสารมาได้มีผู้ต้องหาที่ โดยสารรถตู้มาด้วยกัน ได้ด่า ผู้เสียหายว่า “นิสัยไม่ดี สันดานxxx” หลังจากผู้เสียหายลงรถตู้คันดังกล่าว ผู้ต้องหาได้เดินตามมาด่าว่าผู้เสียหายอีก และได้กระชากผมผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ 

 


รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามผู้ต้องหารายดังกล่าวได้แล้ว โดยอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำที่เกี่ยวข้อง และจะแจ้งข้อหาผู้ต้องหาในความผิดฐาน “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ตามมาตรา 295 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในความผิดฐาน “ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า” ตามมาตรา 393 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ 

 


โดยในวันนี้ (16 ก.ย. 63 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท จะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตต่อไป อีกทั้งขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนอย่าใช้กำลังในการตัดสินปัญหา ควรตั้งสติและใช้สันติวิธีเข้ามาแก้ไข เพราะเมื่อใช้กำลังทำร้ายซึ่งอาจนำมาถึงความเสียหายทั้งต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน หากเกิดความเสียหายดังกล่าวขึ้น ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

 




ล่าสุด ที่ สน.พญาไทย น.ส.อัมพิกา หนองอุดม อายุ 30 ปี อาชีพข้าราชการ ผู้เสียหายที่ถูกกระชากผมจากปัญหาการจองที่นั่งบนรถตู้ เปิดเผยหลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ว่า ตนไม่ได้คุยกับคนก่อเหตุเลย เขาไม่มองหน้า หรือขอโทษตนกับสิ่งที่ทำไป หรือแม้แต่แสดงความสำนึกผิด ส่วนเรื่องคดีอาญา ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด โดยตำรวจให้ไปตรวจร่างกาย เพื่อนำใบรับรองแพทย์มาประกอบการแจ้งความอีกครั้ง 

ทั้งนี้ตนได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา ค่าทำขวัญไปจำนวน 50,000 บาท แต่คู่กรณีกล่าวหาว่าการแจ้งความของตนนั้นเกินแก่เหตุ ถามว่าสิ่งที่ตนเรียกร้องนั้นเกินไปหรือไม่เพราะตนก็มีลูกเล็ก หากวันนั้นถูกกระชากตกบันไดเลื่อนเป็นอะไรขึ้นมาจะบาดเจ็บมากกว่านี้หรือไม่ ทั้งนี้ในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ตำรวจจะนัดคู่กรณีส่งฟ้องศาลแขวงดุสิตต่อไป

น.ส.อัมพิกา กล่าวว่า ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุตนไม่ได้แสดงอาการยั่วยุแต่อย่างใด เพียงแต่ต่อแถวขึ้นรถตามปกติ โดยตนอยู่คิวต้น ๆ คู่กรณีอยู่คนสุดท้าย เนื่องจากตนเป็นคนเวียนหัวง่ายจึงเลือกที่นั่งติดประตู แต่คู่กรณีไม่ยอมจะให้เข้าไปนั่งแถวในสุด ซึ่งตลอดเส้นทางที่นั่งรถมาก็ถูกคู่กรณีด่าทอตลอดเวลา ทั้งที่ตนก็ยอมเข้าไปนั่งข้างในแล้วและตนก็ไม่ตอบโต้หรือยั่วยุใดใดเลยจนถึงจุดหมายแล้วลงรถ คู่กรณีก็อาศัยจังหวะที่ตนเผลอ กำลังคุยโทรศัพท์ เดินเข้ามากระชากผมอย่างแรง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน