บอ.บู๋ เคลื่อนไหว ชำแหละ แทคติก ทีมชาติไทย ลั่น นักเตะชุดนี้ขุมกำลังไม่เบา แต่ปัญหาคือโค้ชห่วย!

บอ.บู๋ เคลื่อนไหว ชำแหละ แทคติก ทีมชาติไทย ลั่น นักเตะชุดนี้ขุมกำลังไม่เบา แต่ปัญหาคือ"โค้ชห่วย"!

Publish 2019-01-08 13:18:11


จากกรณี การแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย นัดแรกของกลุ่ม เอ ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอินเดีย สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดียม กรุงอาบูดาบี เวลา 20.30 น. ปรากฏว่าผลการแข่งขันที่ออกมานั้น ทีมชาติไทย ประเดิมสนาม เอเชียนคัพ 2019 พ่ายให้กับ อินเดีย 1-4 ส่งผลให้ในกลุ่มเอ เป็น นักรบแดนภารตะ ขึ้นนำจ่าฝูงของตาราง



 

สำหรับ โปรแกรมนัดถัดไปทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติบาห์เรน ในวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 62 เวลา 18.30 น. ณ สนาม อัล มัคตูม สเตเดียม, นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

 



 

 

หลังจากที่แข้งช้างศึกนั้นพ่ายแพ้ยับเยิน ผู้ที่ต้องรับกรรมนั้น ก็มีทั้ง มิโลวาน ราเยวัช ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติไทยไปเป็นที่เรียบร้อย 

.

.

โดยอีกฝากทางด้านผู้สื่อข่าวสายกีฬาชื่อดังอย่าง บอ.บู๋ ได้ออกมาโพสต์ข้อความดังนี้ 

 

 

ไทยเปิดหัว เอเชี่ยน คัพ ด้วยการพ่าย อินเดีย 1-4 และนี่คือสิ่งที่เห็นแบบตาแทบถลนออกนอกเบ้า !!!

1. เริ่มที่การจัดตัวผู้เล่นก่อน เราเปลี่ยนฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างเป็นแบ็คจอมบุกอย่าง โด กับ อุ้ม ตรงกลางก็มีตัวทำเกมทั้ง เจ และ แคมป์ ส่วน 3 ตัวบนจัดอยู่ในประเภทหัวหอกล้วนๆ ทั้ง ธีรศิลป์, อดิศักดิ์ และศุภชัย โดยตอนแรกเข้าใจว่า 'เจ้ากอล์ฟ' จะยืนหน้าเป้าแล้วให้ 'มุ้ย' ทำเกมเหมือนตอนเล่นด้วยกันที่เมืองทองฯ แต่กลับถ่างเอาหน้าเป้าแท้ๆ อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร มาเล่นทางขวา

ดูเผินๆ เหมือนจะดีนะครับ เพราะอุดมด้วยตัวรุก แต่ในความจริง กองหน้าไม่มีทางเล่นเป็นตัวริมเส้นดีกว่าปีกจริงๆ แน่นอน

2. ครึ่งแรก ทีมชาติไทยเล่นดีกว่าชัดเจนนะครับ ครองบอลมากกว่า บุกมากกว่า และมีโอกาสยิงมากกว่า - ที่สำคัญคือไม่ได้เล่นแบบรถบัสแล้วสวนกลับด้วยการวางยาวเหมือนที่เห็นใน อาเซี่ยน คัพ ซะด้วย

จบครึ่งแรกขอเรียนตามตรงว่าผู้ชมทางบ้านอย่างผมมองว่า อินเดีย แม่งไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย สาบานได้

ทว่าครึ่งหลังกลับกลายเป็นหนังเอ็กซ์คนละม้วนซะอย่างนั้น เมื่อทีมจากแดนภารตะบีบสูงพลางเข้าหาบอลเร็วแล้วบุกกระหน่ำเราอยู่ข้างเดียว บอลจังหวะ 2 ก็เป็นของพวกเขา จังหวะ 50-50 ก็เข้าบอลได้หนักแน่นกว่า ฟิตกว่า ผ่านบอลกันแม่นยำกว่า และหาจังหวะจบได้เฉียบคมดีนักแล

สรุปกลายเป็นบอลคนละชั้นกัน...ซะง้านนนน !!!

3. จุดอ่อนของทีมชาติช้างศึกอยู่ที่เกมรับชัดเจนเลยครับ

นอกจากจะไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับคอยชะลอเกมรุกคู่ต่อสู่ คู่เซ็นเตอร์แบ็ครูปร่างสูงใหญ่ แต่เชื่องช้า แถมคู่แข่งไม่ได้บอมบ์ใส่ มิซ้ำยังมีปัญหาในการประกบตัวจนปล่อยให้ผู้เล่นอินเดียมีทั้งพื้นที่และเวลา

ประตูแรกที่เสียจากจุดโทษ กองหลังพลาดนะครับที่จ่ายบอลง่ายๆ เสียแบบไม่มีเหตุผลจนเขาได้ทุ่ม ก่อนนำมาซึ่งจุดโทษ

ส่วนลูกที่ 2 ก็ปล่อยให้เขาว่าง 2 ตัว เช่นเดียวกับประตูต่อๆ มาที่ปล่อยเขาทะลุเข้ามาง่ายๆ โดยทุกอย่างดูสับสนอลหม่านกันไปหมด

4. แล้วดูการเปลี่ยนตัวเพื่อแก้เกมของผู้เป็นโค้ชนะครับ ขอบอกว่ามันคือการแก้เกมระดับเทพที่อยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

เข้าใจครับว่า ชนาธิป เล่นไม่ออก แต่นักเตะแบบ 'เมสซี่เจ' ต่อให้เล่นไม่ออกยังไงก็ต้องเก็บไว้ในสนามครับ เพราะสามารถเลี้ยงกินตัวได้ จ่ายลูกคิลเลอร์พาสส์ได้ และตะบันประตูได้ ยังไงก็ต้องเอาไว้ในสถานการณ์นั้น

เทพระดับที่ 2 ไม่ใช่แค่เอาตัวความหวังออก แต่มันคือการส่ง 'ปีโป้' ลงมา

อืมมมมมม...นะ

ตอนแรกเข้าใจว่า สิโรจน์ คงลงมาเป็นหัวหอก อาศัยรูปร่างบึกบึนและการเล่นลูกกลางอากาศดีมากดดันใส่กองหลังคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า

ที่ไหนได้นะครับ พี่แกลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับเฉยเลย กูจะบ้าตาย นี่ถ้าไม่ใช่โค้ชระดับเทพคงคิดอะไรที่ล้ำลึกแบบนี้ไม่ได้แน่นอน

5. ผมมองว่าทีมชาติไทยชุดนี้ทีขุมกำลังที่มิใช่เบานะครับ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ 3 ดาวเตะจาก เจลีก เข้ามาเสริม

ปัญหาคือโค้ชห่วย ผลงานมันก็เลยออกมาแบบนี้แหละ แทนที่อย่างแย่ๆ จะมีสักหนึ่งแต้มในนัดแรก ดันพ่ายแพ้แบบไม่มีฟอร์มซะงั้นทำให้สถานการณ์ลำบากโคตรๆ แม้อันดับ 3 ยังมีโอกาสเข้ารอบก็เหอะ ยิ่งเจ้าภาพทำได้แต่เสมอ บาห์เรน ในเกมแรกยิ่งทำให้สถานการณ์แย่เข้าไปใหญ่ เพราะนัดสุดท้ายเขาเอาเราตายแน่

 

ไทยเปิดหัว เอเชี่ยน คัพ ด้วยการพ่าย อินเดีย 1-4 และนี่คือสิ่งที่เห็นแบบตาแทบถลนออกนอกเบ้า !!!

1. เริ่มที่การจัดตัวผู้เล่นก่อน เราเปลี่ยนฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างเป็นแบ็คจอมบุกอย่าง โด กับ อุ้ม ตรงกลางก็มีตัวทำเกมทั้ง เจ และ แคมป์ ส่วน 3 ตัวบนจัดอยู่ในประเภทหัวหอกล้วนๆ ทั้ง ธีรศิลป์, อดิศักดิ์ และศุภชัย โดยตอนแรกเข้าใจว่า 'เจ้ากอล์ฟ' จะยืนหน้าเป้าแล้วให้ 'มุ้ย' ทำเกมเหมือนตอนเล่นด้วยกันที่เมืองทองฯ แต่กลับถ่างเอาหน้าเป้าแท้ๆ อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร มาเล่นทางขวา

ดูเผินๆ เหมือนจะดีนะครับ เพราะอุดมด้วยตัวรุก แต่ในความจริง กองหน้าไม่มีทางเล่นเป็นตัวริมเส้นดีกว่าปีกจริงๆ แน่นอน

2. ครึ่งแรก ทีมชาติไทยเล่นดีกว่าชัดเจนนะครับ ครองบอลมากกว่า บุกมากกว่า และมีโอกาสยิงมากกว่า - ที่สำคัญคือไม่ได้เล่นแบบรถบัสแล้วสวนกลับด้วยการวางยาวเหมือนที่เห็นใน อาเซี่ยน คัพ ซะด้วย

จบครึ่งแรกขอเรียนตามตรงว่าผู้ชมทางบ้านอย่างผมมองว่า อินเดีย แม่งไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย สาบานได้

ทว่าครึ่งหลังกลับกลายเป็นหนังเอ็กซ์คนละม้วนซะอย่างนั้น เมื่อทีมจากแดนภารตะบีบสูงพลางเข้าหาบอลเร็วแล้วบุกกระหน่ำเราอยู่ข้างเดียว บอลจังหวะ 2 ก็เป็นของพวกเขา จังหวะ 50-50 ก็เข้าบอลได้หนักแน่นกว่า ฟิตกว่า ผ่านบอลกันแม่นยำกว่า และหาจังหวะจบได้เฉียบคมดีนักแล

สรุปกลายเป็นบอลคนละชั้นกัน...ซะง้านนนน !!!

3. จุดอ่อนของทีมชาติช้างศึกอยู่ที่เกมรับชัดเจนเลยครับ

นอกจากจะไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับคอยชะลอเกมรุกคู่ต่อสู่ คู่เซ็นเตอร์แบ็ครูปร่างสูงใหญ่ แต่เชื่องช้า แถมคู่แข่งไม่ได้บอมบ์ใส่ มิซ้ำยังมีปัญหาในการประกบตัวจนปล่อยให้ผู้เล่นอินเดียมีทั้งพื้นที่และเวลา

ประตูแรกที่เสียจากจุดโทษ กองหลังพลาดนะครับที่จ่ายบอลง่ายๆ เสียแบบไม่มีเหตุผลจนเขาได้ทุ่ม ก่อนนำมาซึ่งจุดโทษ

ส่วนลูกที่ 2 ก็ปล่อยให้เขาว่าง 2 ตัว เช่นเดียวกับประตูต่อๆ มาที่ปล่อยเขาทะลุเข้ามาง่ายๆ โดยทุกอย่างดูสับสนอลหม่านกันไปหมด

4. แล้วดูการเปลี่ยนตัวเพื่อแก้เกมของผู้เป็นโค้ชนะครับ ขอบอกว่ามันคือการแก้เกมระดับเทพที่อยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

เข้าใจครับว่า ชนาธิป เล่นไม่ออก แต่นักเตะแบบ 'เมสซี่เจ' ต่อให้เล่นไม่ออกยังไงก็ต้องเก็บไว้ในสนามครับ เพราะสามารถเลี้ยงกินตัวได้ จ่ายลูกคิลเลอร์พาสส์ได้ และตะบันประตูได้ ยังไงก็ต้องเอาไว้ในสถานการณ์นั้น

เทพระดับที่ 2 ไม่ใช่แค่เอาตัวความหวังออก แต่มันคือการส่ง 'ปีโป้' ลงมา

อืมมมมมม...นะ

ตอนแรกเข้าใจว่า สิโรจน์ คงลงมาเป็นหัวหอก อาศัยรูปร่างบึกบึนและการเล่นลูกกลางอากาศดีมากดดันใส่กองหลังคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า

ที่ไหนได้นะครับ พี่แกลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับเฉยเลย กูจะบ้าตาย นี่ถ้าไม่ใช่โค้ชระดับเทพคงคิดอะไรที่ล้ำลึกแบบนี้ไม่ได้แน่นอน

5. ผมมองว่าทีมชาติไทยชุดนี้ทีขุมกำลังที่มิใช่เบานะครับ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ 3 ดาวเตะจาก เจลีก เข้ามาเสริม

ปัญหาคือโค้ชห่วย ผลงานมันก็เลยออกมาแบบนี้แหละ แทนที่อย่างแย่ๆ จะมีสักหนึ่งแต้มในนัดแรก ดันพ่ายแพ้แบบไม่มีฟอร์มซะงั้นทำให้สถานการณ์ลำบากโคตรๆ แม้อันดับ 3 ยังมีโอกาสเข้ารอบก็เหอะ ยิ่งเจ้าภาพทำได้แต่เสมอ บาห์เรน ในเกมแรกยิ่งทำให้สถานการณ์แย่เข้าไปใหญ่ เพราะนัดสุดท้ายเขาเอาเราตายแน่

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์

ติดตามข่าวอื่นๆ