ล่าสุดคดีโกงจำนำข้าว-เสี่ยเปี๋ยง มียึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินทันทีแล้ว

ล่าสุดคดีโกงจำนำข้าว-เสี่ยเปี๋ยง มียึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินทันทีแล้ว

Publish 2019-07-31 13:08:13


จากกรณีนายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต​สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom เปิดเผยถึงการขึ้นเบิกความที่ศาลแพ่งโดยตนเองเป็นฝ่ายโจทก์เพื่อยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวจีทูจี โดยมีความคืบหน้าล่าสุดที่น่าสนใจในการยึดเงินเพื่อนำกลับคืนให้แผ่นดินจำนวนหนึ่งแล้ว



 

น่าจะขึ้นศาลครั้งสุดท้ายละ!!!

 

พรุ่งนี้(30ก.ค.62)น่าจะเป็นการขึ้นเบิกความครั้งสุดท้ายของผม เพื่อเป็นพยานที่ศาลแพ่ง ให้ฝ่ายโจทย์คือปปง. เพื่อยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยงและพวก ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบจีทูจี

 

คดีรับจำนำข้าวเป็นคดีที่ พวกเราตรวจสอบรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยผ่านระบบรัฐสภา ว่ามีการทุจริตโดยเอาชาวนามาบังหน้า แต่เอาข้าวเปลือกที่รับซื้อจากชาวนาราคาแพง มาขายเป็นข้าวสารให้พรรคพวกราคาถูก โดยอ้างว่ารัฐบาลจีนมาซื้อแบบจีทูจี แต่ถูกจับได้ นอกจากขายให้พรรคพวกราคาถูกแล้ว ข้าวสารไม่ได้ถูกส่งออกไปจีน แต่มาเวียนขายในประเทศราคาแพง และเอาข้าวสารมาลักไก่ เวียนส่งเข้าโกดังรัฐบาล ประเทศชาติจึงเสียหายไปร่วมหกแสนล้านบาท โดยใช้เงินลงทุนโครงการร่วม 940,000 ล้านบาท (ไม่นับรวมการนำข้าวเหลือง ไม่ได้มาตรฐานยัดใส้ส่งด้วยการล้อมกอง ยัดใส้นั่งร้าน คดีเหล่านี้ อคส.และ อตก. เป็นโจทย์ฟ้องเองอีกประมาณพันกว่าคดี ส่วนการสวมสิทธิ์ชาวนา โกงความชื้น ตาชั่งและ สิ่งเจือปน ส่วนใหญ่จะยอมความกัน)

 

 

 



 

การตรวจสอบโครงการทุจริตที่ใช้เงินมากที่สุดของชาติ เริ่มตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน 55 คดีอาญาถูกศาลฎีกานักการเมืองตัดสินแล้ว หลานคนเข้าคุก บางคนหนี ส่วนคดีแพ่งที่ยึดทรัพย์แยกเป็นหลายคดีมาก วันที่ 30 ก.ค.นี้น่าจะเป็นคดีสุดท้ายที่ผมต้องขึ้นเบิกความ รวมทั้งคดีอาญาและแพ่ง เราสู้มาเกือบ 7 ปี

 

อยากแนะนำฝ่ายค้าน ที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าท่านตรวจสอบ เพื่อปกป้องประโยชน์ชาติจริงๆ จนประชาชนเชื่อว่าท่านทำจริง ข้อมูลและหลักฐานการทุจริตต่างๆจะไหลมาหาท่านเอง ขอให้ท่านทำจริงๆ ไม่ใช่อ้างแต่ประชาธิปไตย จนประชาชนตั้งคำถามว่า โกงแล้วหนี ถูกศาลตัดสินแล้วไม่ยอมรับ แบบนี้คือประชาธิปไตยใช่หรือไม่

 

 

ต่อมาหมอวรงค์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก  Warong Dechgitvigrom เปิดเผยถึงล่าสุดโดยระบุว่า  ความคืบหน้าคดียึดทรัพย์จำนำข้าว

 

วันนี้ผมและทนายราเมศ ได้มาขึ้นเบิกความเป็นพยานเพื่อยึดทรัพย์เครือขายเสี่ยเปี๋ยง คือนายธนทัต จันทร์สกุลพร วงเงิน 520,196,007.50 บาท กรณีพัวพันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบจีทูจี

 

ก่อนหน้านี้ได้มาขึ้นเบิกความคดีดังนี้

 

1.บริษัท ทีเอส พรอพเพอร์ตี วงเวินประมาณ 1,386 ล้านบาท

 

2.บริษัทกรีธา พรอพเพอร์ตี เพื่อยึดทรัพย์วงเงิน 9,692 ล้านบาท

 

3.บริษัทสุดหาดพัทยา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต้องสงสัยเครือข่าย เสี่ยเปี๋ยง เป็นที่ดิน 13 แปลง ที่อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี วงเงินประมาณ 500 ล้านบาท

 

 

4.บริษัทจรัญแลนด์ 2010 จำกัด วงเงิน 473,995,000 บาท และนายพรชัย จงสุขศรี 15 รายการ 49,800,000 บาท ยอดรวมสองคดี 523,795,000 บาท

 

5.นายสรวิศ จันทร์สกุลพรและบริษัทที่เกี่ยวข้อง วงเงิน 696,914,995 บาท

 

6.นางกิ่งแก้ว ลิมปิสุข ห้องชุดวงเงินประมาณ 60 ล้านบาท

 

คดีทั้ง 6 คดี ศาลแพ่งชั้นต้นมีคำสั่งยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินทั้งหมด แต่คดีที่ 1 ถึง 5 จำเลยอุทธรณ์ ส่วนคดีที่ 6 ไม่อุทธรณ์ถือว่าตกเป็นของแผ่นดินทันที

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์