หมอเหวงโหนเลือกตั้งเชียร์พรรคเร่งสืบคดีเสธ.แดง ทั้งๆเคยร่วมหนุนพ.ร.บ.นิรโทษเหมาเข่งปล่อยชายชุดดำลงมือฆ่าพ้นผิด!”ลูกเดียร์”ค้านก็ไม่ฟัง

"หมอเหวง"โหนเลือกตั้งเชียร์พรรคเร่งสืบคดี"เสธ.แดง" ทั้งๆเคยร่วมหนุน"พ.ร.บ.นิรโทษเหมาเข่ง"ปล่อยชายชุดดำลงมือฆ่าพ้นผิด!”ลูกเดียร์”ค้านก็ไม่ฟัง

Publish 2019-03-14 16:52:44


 

เพียงประโยคสั้นๆกระชับรวบรัด แต่กลับนำมาซึ่งอารมณ์ที่หลากหลายทั้งเดือดดาลในกลุ่มคนเสื้อแดง และฉงนงงงวยที่ผุดขึ้นในกลุ่มตรงข้าม ด้วยเพราะในเบื้องต้นย่อมไม่ยากเกินกว่าจะเข้าใจว่า เจตนาคือต้องการหาคนที่ปลิดชีพแม่ทัพนายกองของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งวิกฤติการณ์การเมือง ที่ในเวลาต่อมาได้แปรสภาพเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้

ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ได้เกิดการลอบสังหาร พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ด้วยอาวุธปืนสไนท์เปอร์แรงสูง ขณะที่กำลังยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศบริเวณแยกศาลาแดง ภายหลังปฏิบัติการกระชับพื้นที่ของรัฐบาลหลังจากนั้น พล.ต.ขัตติยะ ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว และโรงพยาบาลวชิรพยาบาลตามลำดับ อย่างไรก็ตาม พล.ต.ขัตติยะ ได้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สำหรับเหตุการณ์การกระชับพื้นที่จากการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 7-19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยภายหลังแกนนำผู้ชุมนุมเข้ามอบตัวกับตำรวจเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ได้เกิดเหตุเผาอาคารหลายแห่งทั่วประเทศ รวมทั้ง เซ็นทรัลเวิลด์ โดยรายงานข่าวพบกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนบุกเข้าทำลายทรัพย์สินด้วย

ซึ่งดูเหมือนว่า นพ.เหวง จะพยายามโยนความผิดในเชิงมีกลุ่มก้อนอื่นหวังปราบปรามการชุมนุมของคนเสื้อแดงด้วยวิธีการอันรุนแรง โดยที่อาจลืมตระหนักไปว่า กลุ่มชายชุดดำที่ปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงนั้น เป็นชนวนของความรุนแรงที่ตามมาอีกหลายระลอก แน่นอนว่าการสังหาร พล.ต.ขัตติยะ ก็เป็นไปได้ว่ามาจากน้ำมือของชายชุดดำ เพราะข้อเท็จจริงปรากฏว่า ชายชุดดำนั้นล้วนแต่มีความชำนาญด้านยุทธวิธีทางการทหาร และจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการหวังผลในการยิงจากที่สูงด้วยสไนเปอร์พิสัยไกล  หากไม่ใช่กลุ่มชายชุดที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก็ไม่อาจเป็นอื่นได้อีก



แต่ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอยู่ตรงที่ว่า ครั้งหนึ่งในสมัยรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ นพ.เหวง นั้นเป็น ส.ส. ในพรรคเพื่อไทย เคยพยายามผลักดันกฏหมายที่เต็มไปด้วยคำครหา หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ เสธ.แดง โดยตามกฏหมายนิรโทษกรรมนั้นได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การลบล้างการกระทำความผิดอาญาที่บุคคลได้กระทำมาแล้ว โดยมีกฏหมายที่ออกภายหลังการกระทำผิดกำหนดให้การกระทำผิดไม่เป็นความผิด และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิด

โดยในครั้งนั้นเป้าประสงค์ของการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หาได้เป็นอื่นนอกจากเป็นการพยายามลบล้างความผิดของนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อให้ได้กลับมาเหยียบผืนแผ่นดินไทยพร้อมกับการปลดชนักที่ติดหลังในหลายคดีให้หมดสิ้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในกลางดึกของวันที่ 1 พ.ย. 2556 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม มีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งเริ่มพิจารณามาตรา 3 ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญ โดยกธม. เสียงข้างมากได้ทำการแก้ไขมีเนื้อหาระบุว่า 

"มาตรา 3 การกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือมีความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด โดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 รวมถึงองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว สืบเนื่องต่อมาที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2547 ถึงวันที่ 8 ส.ค.2556 ไม่ว่าผู้กระทำจะได้กระทำในฐานะตัวกลาง ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทำนั้นพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง ไม่รวมถึงการกระทำผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112"



ถึงแม้จะมีเสียงจากฝ่ายค้านในสภาอย่างพรรคประชาธิปัตย์ต่อต้าน รวมถึงเสียงโอดครวญจาก น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยเอง ที่แสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ผ่านการอภิปรายอย่างเผ็ดร้อนว่า เข้าใจถึงสาเหตุของการออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยอมรับว่าไม่พอใจที่ กมธ.เสียงข้างมาก มีการแก้ไขเพราะ ตนได้สูญเสียบุพการีไป และยังมีญาติผู้สูญเสียด้วย แต่ว่าไม่ว่าใครจะเป็นคนทำ เอาคนผิดมาลงโทษไม่ได้ มือของท่านได้เปื้อนเลือดไปแล้ว ทุกคนในสภาฯแห่งนี้ไม่มีใครสูญเสีย มีตนเพียงคนเดียวที่เป็นผู้สูญเสีย ดิฉันของใช้โอกาสสุดท้ายที่ในสภาฯแห่งนี้ เพื่อเรียกร้องหาคนฆ่าพ่อของตน แม้ว่าที่ผ่านมาจะถูกข้อครหาว่าเหยียบศพพ่อของตัวเองเข้ามาที่สภาฯแห่งนี้ แต่ก็อยากให้ กมธ.ทบทวน เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น

 

แต่ดูเหมือนความพยายามของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่มีทีท่าจะลดละ อย่างถึงที่สุดประชาชนจึงมิอาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป พลังเงียบได้ก่อตัวขึ้นจากแกนนำผู้ยืดหยัดในความถูกต้องไม่กี่คน กลายเป็นคลื่นมาชนมหาศาลนาม กปปส. รวมพลังต่อต้าน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จนท้ายสุดแล้ว รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ขาดความชอบธรรมงจนต้องมีอันเป็นไปทางการเมืองในที่สุด

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-"หมอเหวง"โพสต์บทประพันธ์ ฟ้ามืด ฟ้าใหม่ พร้อมเพลงรุ่งอรุณในฝัน หลังทษช.มิบังควรเสนอแคนดิเดทนายกฯ
-"หมอเหวง" รับไม่ได้ ไล่เซฟหลักฐานเด็กปชป.ด่าทักษิณแรงสุด
-เข้าตำรา เสร็จนาฆ่าโคถึก.."หมอเหวง"หน้าชื่นอกตรม? ยิ้มได้..แม้รั้งท้ายปาร์ตี้ลิสต์ หมดลุ้นส.ส.??
-"นคร มาฉิม"แค่เด็กๆ!!เมื่อเจอ "ป๋าเหนาะ-หมอเหวง" ขึ้นเวทีซัด"ทักษิณ" ขายชาติ? สุดท้ายซุกใต้ปีก!!?

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์