น้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด มติสภาอิรักให้ทัพมะกันพ้นประเทศ ปธน.ทรัมป์ ฮึ่มใส่อิหร่าน พร้อมตอบโต้ทุกจังหวะแก้แค้น

Publish 2020-01-06 09:58:29


ยังคงเป็นสถานการณ์การเมืองโลกที่ทุกฝ่ายเฝ้าจับตา ภายหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐ  โดนัลด์ ทรัมป์  สั่งการให้มีการลอบโจมตีทางอากาศใส่ฐานที่มั่น 5 แห่งของกลุ่มติดอาวุธกาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ (Kata'ib Hezbollah - KH) ในอิรักและซีเรีย   จนทำให้  พลตรี กาเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง “คัดส์” ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน  และ  อาบู มาห์ดี อัล-มูฮานดิส ผู้นำกองกำลังติดอาวุธในอิรัก  เสียชีวิต จากปฏิบัติการดังกล่าว  ตามมาด้วยการที่ อิหร่านได้ชักธงสีแดงบนยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์จามคาราน ( Jamkaran Mosqu)  เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าพร้อมเข้าสู่ภาวะสงคราม

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  อิหร่านชักธงแดงเหนือ ยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ ประกาศพร้อมสู่ภาวะสงคราม เริ่มยิงขีปนาวุธถล่มเขตทหาร สถานทูตมะกัน)
 



ล่าสุด รัฐบาลอิหร่านออกแถลงการณ์เพิ่มเติม ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี   โดยระบุชัดเจนว่า  อิหร่านได้ประกาศยกเลิกการจำกัดการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ  ข้อจำกัดการวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์ ที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558  กับ  มหาอำนาจ 6 ชาติแล้ว  แม้ว่าจะยังคงบทบาทประสานความร่วมมือต่อเนื่องกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ก็ตาม

 


ขณะที่   รัฐสภาอิรักก็ได้ผ่านมติเรียกร้องให้รัฐบาล  ดำเนินการยุติการให้กองกำลังนานาชาติภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกา เข้ามาประจำการในอิรักต่อไป  ท่ามกลางกระแสโกรธแค้นของประชาชน ที่ยังคงร่วมกันลุกฮือประท้วงขับไล่ทหารสหรัฐอเมริกาออกจากประเทศ



อย่างไรก็ตาม ทางด้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์  ประธานาธิบดีสหรัฐ  ออกมาระบุว่า  สหรัฐเองก็พร้อมตอบโต้อิหร่านเช่นกัน  หากมีการแก้แค้น หรือ การลอบทำร้ายพลเมืองสหรัฐ  รวมถึงสร้างความเสียหายใด ๆ กับหน่วยงานที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสหรัฐ

 


"หากเตหะรานทำการโจมตีเพื่อล้างแค้นการสังหารผู้บัญชาการทหารของอิหร่าน  มาตรการตอบโต้จะเกิดขึ้นทันที  รวมถึงการที่อิรักดำเนินการขับไล่กองทหารสหรัฐออกจากพื้นที่ การคว่ำบาตรครั้งใหญ่ก็จะตามมาเช่นกัน  เพราะเรามีฐานทัพอากาศที่มีราคาแพงมาก และเราก็จะไม่ออกไปเสียจนกว่าจะมีการจ่ายคืนความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เรา" 

 

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงขยับราคาขึ้นต่อเนื่อง  โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา (6 ม.ค.)  มีระดับแกว่งตัวอยู่ที่  64.34-64.42 ดอลลาร์สหรัฐ  เพิ่มขึ้น 1.36 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ คิดเป็นการเพิ่มขึ้น  2.07-2.12%  สอดรับกับมุมมองของ  นักวิเคราะห์ของ “ยูเรเซีย กรุ๊ป” (Eurasia Group) บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบโลกอาจพุ่งขึ้นถึงระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง   ลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในอิรักหรือส่งผลกระทบกับการขนส่งน้ำมันทางเรือในอ่าวเปอร์เซีย

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์