คิดจะเป็นกว่าหัวหน้าพรรค​ ประชาธิปัตย์ เลือดใหม่​ไม่แทงกั๊ก!

คิดจะเป็นกว่าหัวหน้าพรรค​ "ประชาธิปัตย์" เลือดใหม่​ไม่แทงกั๊ก!

Publish 2019-01-22 17:39:22



จากกรณีมีงานเสวนา “อยากเห็นเมืองไทยดีกว่านี้” ครั้งที่ 2 เปิดแนวคิดวัยรุ่นพันล้านกับการเมืองใหม่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” กรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้เดินทางมาเป็นตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ในงานดังกล่าว ที่เข้าร่วมรับฟังการเสวนา เกี่ยวกับการร่วมทำงานกับพรรคการเมืองอื่น   ขณะเดียวกันมีประโยคที่สร้างความชัดเจนระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยที่งานนี้ฟันธงตรงประเด็นเลยว่า “ประชาธิปัตย์ ทำใจร่วมรัฐบาล กับเพื่อไทย ไม่ได้”  เพราะฉะนั้นณ.ตอนนี้   "นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ควรชัดเจนกับเรื่องนี้อย่าปล่อยให้คนใหม่คิดเป็น คนเก่าคิดไม่เป็น 

 

 

ย้อนกลับไปวันที่ 19 มกราคม 62 “นาย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” กรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงจุดยืน ด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัดถึงในการแสดงจุดยืน โดยย้ำอย่างชัดเจนว่า ไม่ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย ในทุกเงื่อนไข  เนื่องจากเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าพรรคดังกล่าวใครครอบงำ และถูกครอบงำโดยใครเพราะไม่อย่างนั้น ประชาธิปัตย์จะนำคนไม่ได้


ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ได้หรือไม่ โดย นายอรรถวิชช์ ได้ระบุว่า ถ้าพลังประชารัฐไม่เป็นคนขี้โกง และมาตามวิถีทางประชาธิปไตยก็พร้อมร่วมรัฐบาลด้วย “ผมยืนยันชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยในทุกเงื่อนไข พูดไว้แล้วชัดเจน เพราะรู้ว่ามีใครครอบงำพรรคนี้ ไม่งั้นเรา(ประชาธิปัตย์) จะนำคนไม่ได้ ส่วนพลังประชารัฐเราจะร่วมได้ด้วยหรือไม่นั้น ถ้าพลังประชารัฐไม่เป็นคนขี้โกง และมาจากวิถีประชาธิปไตย เปลี่ยนกติกาบ่อย กรรมการไม่มาเป็นผู้เล่น


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยตอบออกมาคำถามสื่อมวลชนในประเด็นนี้หลายครั้ง และคำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ ดูเหมือนว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่จะร่วมกับพรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่ถึงกับปิดประตู เพราะมักมีข้อแม้ ข้ออ้างหลายอย่าง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยถูกแทรกแซงจากของคนแดนไกล 

 


 



ครั้งหนึ่ง 26 กันยายน 2561 อภิสิทธิ์ ปฏิเสธกระแสข่าวได้หารือกับ นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย และมีการคุยกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยจะจับมือกัน แล้วให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับนายอภิสิทธิ์ โดยได้บอกไปแล้วว่า เรื่องอุดมการณ์นั้น ถ้าพรรคเพื่อไทยยังอยู่ภายใต้ของครอบครัวชินวัตร ไม่ดึงตัวเองให้พ้นจากการสนับสนุนของระบอบทักษิณ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานร่วมกัน"

 

 


ไม่เพียงเท่านั้น 8 ตุลาคม 2561 อภิสิทธิ์ ยังเคยพูดถึงจุดยืนที่จะไม่นำพาพรรคไปอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมายความว่าอย่างไรนั้น กล่าวว่า พรรคจะต้องเป็นตัวของตัวเอง และต้องเป็นทางเลือกหลักของประเทศ อย่าปล่อยให้พรรคถูกใครกล่าวหาว่าต้องลากไปอยู่ข้างนั้นข้างนี้ เพราะอุดมการณ์ของพรรคเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ให้ประเทศไทยได้ดีที่สุด ไม่ใช่อิงกับฝ่ายอื่น  หรือจะเป็นท่าทีอีกครั้งหนึ่งของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยตอนหนึ่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 ถึงการเข้าร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังการเลือกตั้งว่า หากไม่ได้มาจากเสียงข้างมากของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็คงจะไม่เข้าร่วม

 


ไม่เพียงเท่านั้น 1 มกราคม 2562 อภิสิทธิ์ ยังพูดถึงท่าที การจับมือกับพรรคเพื่อไทย และจะให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นนายกรัฐมนตรี  ซึ่งนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ เพราะการจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย ไม่ใช่ใครตั้งตัวเองขึ้นมาแล้วบอกให้ทุกคนไปร่วม  “การจับมือกันไปเป็นรัฐบาล มันต้องไปเป็นด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในเชิงความคิด ไม่อย่างนั้นรัฐบาลก็จะบริหารบนความสับสน ซ้ำร้ายคนอาจจะมองว่าเป็นการแบ่งผลประโยชน์กันเฉยๆ

 


หากพิจารณาท่าทีของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ มักมีทีท่าที่ไม่ฟันธงลงไปข้างใดข้างหนึ่งทำให้หลายคนมองว่า เป็นอาการกั๊ก ไม่เทไปฝั่งหนึ่งฝั่งใด คล้ายจะทำตัวเป็นตัวแปร บางเสียงถึงกับตำหนิว่า พรรคประชาธิปัตย์เล่นตัวมีจุดยืนไม่ชัดเจน หากแต่การพูดครั้งนี้ของอรรถวิชช์ ครั้งนี้ถือว่ามีความชัดเจนและชัดแจ้งกว่าทุกครั้งที่ได้ยินจากปากคนประชาธิปัตย์ ว่าจะไม่จับมือเพื่อไทย พร้อมร่วมมือกับคนไม่โกง จัดตั้งรัฐบาล  เพราะฉะนั้นเพื่อความชัดเจนก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ เปิดหน้าสู้กับเครือข่ายระบอบทักษิณ มาโดยตลอด

 


 



โดยเฉพาะเพื่อเป็นการตอกย้ำครั้งหนึ่ง “ประชาธิปัตย์” เองที่ออกมา แฉเรื่อง จำนำข้าวขาดทุนเละ ของล้นสต๊อก หรือแม้กระทั่งการออกมาเปิดเผย ข้อเท็จจริงทั้งหมดกระบวนการคอร์รัปชั่นเป็นไปอย่างซับซ้อน มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายกลุ่ม และยังโยงใยไปถึงบุคคลต่าง ๆ ที่กำกับดูแลโครงการนี้ด้วย  ยกตัวอย่าง 26 พ.ย. 2555  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนำอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในประเด็นโครงการรับจำนำข้าว คือที่มาของปัญหา เพราะมีจุดอ่อนหลายด้าน เป็นการทำลายกลไกซื้อขายตามปกติโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดการทุจริตอย่างกว้างขวาง  การบริหารราชการแผ่นดินขณะนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับประเทศ 

 

 


เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2556  น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย เก่ียวกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยใช้ชื่อ "จุดจบจำนำข้าวสู่อวสานรัฐบาลยิ่งลักษณ์" พุ่งเป้าที่การะบายข้าวถุงทั้งโครงการข้าวถุงร้านถูกใจ ธงฟ้า และ องค์การคลังสินค้า  ไม่เพียงเท่านั้น นพ.วรงค์ ได้ตั้งกระทู้สดหยิบยกปัญหาโครงการรับจำนำข้าวสอบถามนายกรัฐมนตรี โดยนำถุงข้าวสาร 1 กระสอบมาแสดงในที่ประชุม ระบุว่าเป็นตัวอย่างข้าวที่มีคุณภาพและข้าวที่เสื่อมค...ุณภาพหรือข้าวเน่า ที่ได้มาจากโกดังของรัฐบาล พร้อมเจาะถุงนำข้าวสารออกมาแสดง และสอบถามถึงมาตรฐานการดูแลข้าวในโกดังของรัฐบาล

 

 

รวมถึงความคืบหน้าการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐว่าดำเนินการอย่างไร จนท้ายที่สุด คดีจำนำข้าวกลายเป็นคดีความทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสร้างความเสียหายแก่รัฐกว่า 5 แสนล้านบาท 

 


นอกจากคดีรับจำนำข้าวแล้วยังมีคดี “จีทูจี” ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จากพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ซึ่งคดีนี้ศาลได้ตัดสินจำคุกนายบุญทรง 42 ปี และตัดสินจำคุกนายภูมิ 36 ปี   ฐานทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ  อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ที่ “พรรคประชาธิปัตย์” เปิดหน้าชนกับ “พรรคเพื่อไทย” และหลังจากที่ได้ไล่เรียงข้อมูลแล้ว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ควรชัดเจนกับเรื่องนี้อย่าปล่อยให้คนใหม่คิดเป็น คนเก่าคิดไม่เป็น สังคมกำลังรอคำตอบเรื่องนี้ !!!

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา