ทักษิณปากกล้า! โชว์เก่งวิสัยทัศน์นำโลก ลืมแล้วหรือ...ผลงานอัปยศย่ำยีเศรษฐกิจไทยป่นปี้ ฝีมือใคร?

ทักษิณปากกล้า! โชว์เก่งวิสัยทัศน์นำโลก ลืมแล้วหรือ...ผลงานอัปยศย่ำยีเศรษฐกิจไทยป่นปี้ ฝีมือใคร?

Publish 2019-01-01 16:05:51


ต้อนรับเข้าสู่พุทธศักราชใหม่แห่งปีหมูทอง 1 มกราคม 2562 เชื่อว่าบางคนมีการวางแผนจะทำสิ่งใดบางประการจากปีเก่าและเริ่มลงมือทำให้สำเร็จในปีใหม่นี้ เฉกเช่นเขาคนนี้ "นาย ทักษิณ ชินวัตร"  อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นนักโทษหนีคดีลี้ภัยอยู่ต่างแดน ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหว หลังจากที่มีการออกมาโพสต์รูปชู 3นิ้ว พร้อมระบุข้อความ "ปลุกแก้รัฐธรรมมนูญ" และเงียบไปกว่า 20 วัน ล่าสุดวันนี้ (1 ธันวาคม) เขาได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Thaksin Shinawatra" ระบุข้อความว่า "สวัสดีปีใหม่ 2562 แด่พี่น้องไทยทุกท่านครับ วันนี้ผมขอมาสวัสดีปีใหม่กับพี่น้องคนไทยเหมือนทุกปีที่ตัวอยู่ไกลแต่ใจอยู่ไทย ปีนี้เป็นปีที่อวยพรด้วยความดีใจที่ประเทศเราจะกลับคืนสู่สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ

 

ถึงแม้จะต้องมาเริ่ม ก.ไก่ กันใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ก็อดห่วงไม่ได้เพราะว่ามีผู้รู้ทางเศรษฐกิจระดับโลกหลายคนได้แสดงความวิตกว่าครึ่งปีหลังของปี 2562 และต่อปี 2563 เศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาอีกรอบ เศรษฐกิจของเรายิ่งอ่อนแออยู่ มาเจอแรงกระแทกใหม่จะทำอย่างไร ผมอยากฝากแนะนำสำหรับปีนี้เอาไว้ว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลกและเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปอย่างมาก ถ้าท่านทำธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่คงต้องปรับตัวอย่างแรง อย่าได้รังเกียจหรือกลัวเทคโนโลยีเลยครับ ท่านเล่นเฟซบุ๊คเป็น ท่านเล่นไลน์เป็น ท่านเรียนรู้ได้หมดครับ ทุกวันนี้ E-commerce สร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยสามารถค้าขายได้กับคนทั่วโลก ที่ทั้งสินค้าและเงินกำลังไหลอย่างอิสระมากขึ้นทุกวัน เราต้องรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ แม้แต่ธุรกิจอย่างธนาคารก็จะเหนื่อย เพราะเงินดิจิตอล กำลังมาแรง

 

อีกหน่อยทุกประเทศก็จะมีเงินดิจิตอลมาใช้ควบคู่กับเงินที่เป็นธนบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องการทหาร ต่อไปจะใช้กำลังพลน้อยลง อาวุธในปัจจุบันแทบจะโละทั้งหมด แล้วรบกันด้วยเทคโนโลยีเช่น โดรน หุ่นยนต์ และใช้เลเซอร์ ทำให้สามารถนำคนและงบประมาณไปพัฒนาเรื่องการศึกษาและอื่นๆได้อีกมาก เรื่องการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือ Ageing Society อย่างมีคุณภาพ การรักษาโรคที่อาศัยความรู้ทาง DNA จะมีมากขึ้น รวมทั้งการวัดความแข็งแรงของร่างกายผ่าน Telomere หรือตัวที่อยู่ปลาย Chromosome เพื่อจะบอกว่าท่านกำลังมีสุขภาพถดถอย ต้องปรับวิถีชีวิตอย่างไรถึงจะแข็งแรง การใช้ยาทางเคมีจะลดน้อยลง การใช้วิชาการทางฟิสิกส์มาแทนยาจะมีมากขึ้น และเมื่อคนมีอายุยืนยาวขึ้น ก็จะมีเวลาใช้ชีวิตร่วมกันแสดงพลังเพื่อพัฒนาประเทศเพื่อลูกหลานของเราได้มากขึ้น

 

สุดท้ายหุ่นยนต์มาแน่ AI Technology จะถูกใช้งานมากขึ้นในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งมาเสริมนักกฎหมายและวินิจฉัยโรคด้วยแพทย์ แต่สิ่งที่หุ่นยนต์มาแทนไม่ได้คือความคิดสร้างสรรค์ ท่านต้องเตรียมตัวเป็นนายของหุ่นยนต์ ไม่ใช่นั่งรอให้หุ่นยนต์มาไล่ท่านตกงาน ซึ่งถือเป็นหน้าที่เร่งด่วนของคนเป็นรัฐบาล ขอเป็นกำลังใจในการเรียนรู้และปรับตัวของทุกคนครับ โชคดีปีใหม่ 2562 ครับ สำคัญคือสุขภาพที่ดีและการมีครอบครัวที่รักกันเราจะสู้ได้ทุกเรื่องครับ ผมรักและปรารถนาดีต่อคนไทยทุกคน ดร. ทักษิณ ชินวัตร https://www.thaksinofficial.com/hny2562/ 

 

 

 

 

 

 



ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า "นายทักษิณ" ออกมาโพสต์ข้อความเสมือนการเป็นห่วงเศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 และต่อปี 2563  และตบท้ายด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ของเขาเองอย่างเป็นทางการ ซึ่งเว็บดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจ E-commerce และการก้าวข้ามผ่านวิกฤติทางเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปดูประวัติของ "ทักษิณและตระกูลชินวัตร" ผู้ที่ก่อตั้งเว็บไซต์แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลก แต่กลับมีพฤติกรรมในการกระทำหลายสิ่งหลายอย่างทำลายประเทศชาติจนเกือบพังพินาศ จนเขาและตระกูลกลายเป็นจำเลย  รอกระบวนการพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวนถึง  4 คดี  ประกอบด้วย

 

 


     1. คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ ที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องนายทักษิณ ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่นในกิจการนั้น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152,157 กรณีที่จำเลยอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ ให้กับรัฐบาลพม่า วงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการปรับปรุงระบบโทรคมนาคมของประเทศพม่า เพื่อเอื้อประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียม ที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์จากบริษัท ชิน แซทเทิลไลท์ และบริษัทในเครือตระกูล ชินวัตร โดยวันที่ 16 ก.ย. 51 ศาลสั่งให้ออกหมายจับเพื่อให้ติดตามตัวมาในนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเนื่องจาก“ทักษิณ”ไม่มาศาลและหนีคดีไป และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว

 

 2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว( หวยบนดิน ) ที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องนายทักษิณ , คณะรัฐมนตรี และผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อหรือจัดการทรัพย์ ได้เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการดูแลกิจการ เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น , เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จ่ายทรัพย์เกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น , เป็นเจ้าพนักงานละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากรและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา147,152,153,154 ,157 และ ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502

 

กรณีที่ร่วมกันมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2546 ให้ดำเนินการ“โครงการออกสลากพิเศษ” ที่ได้ดำเนินการออกสลากตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค.46 - 26 พ.ย.49 โดยการออกสลากได้ยกเว้นและลดหย่อนภาษี ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 และภาษีตามประมวลรัษฎากร โดยถือว่าเป็นสลากการกุศล มติดังกล่าวเป็นการขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นมติที่ฝ่าฝืนต่อพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร ซึ่งโจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหมด ร่วมกันคืนหรือใช้ทรัพย์ที่ร่วมกันมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินซึ่งเป็นเงินรายได้จากการออกสลากของสำนักงานสลาก ฯ ที่เป็นผู้เสียหายด้วย รวมจำนวน 14,862.25 ล้านบาท โดยศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 26 ก.ย.51และมีคำสั่งให้ออกหมายจับนายทักษิณ จำเลยที่ 1 และให้จำหน่ายคดีเฉพาะส่วนของนายทักษิณ เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้นำตัวมาพิจารณาคดี 

 



 3.คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายทักษิณ จำเลยที่ 1 ร่วมกับ นายวิโรจน์ นวลแข อดีต กก.ผจก.ธ.กรุงไทยฯ และบริษัทในเครือของ บริษัทกฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 27 ราย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2555 ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 , ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 , ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และ ความผิด พ.ร.บ.บริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ.2535

 

 

 

กรณีที่มีการอนุมัติสินเชื่อมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาทของธนาคารกรุงไทย ฯ ให้กับกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2555 ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย และสั่งออกหมายจับนายทักษิณ เนื่องจากไม่มาศาล และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราวในส่วนของนายทักษิณจนกว่าจะได้ตัวมาศาล (ส่วนจำเลยอื่น ศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2558 จำคุกและปรับ ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารกรุงไทยฯ , นายวิโรจน์ นวลแข อดีต กก.ผจก.-บอร์ดธนาคารกรุงไทยฯ กับพนักงานของธนาคารกรุงไทยและกรรมการสินเชื่อ และกลุ่มกฤษดามหานคร รวม 24 ราย กระทำผิดจริงในการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ)

 

 4.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ–ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ในความผิดฐาน เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญา, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,152,157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ - ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต

 

เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท โดยศาลฯนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 15 ต.ค.51 และศาลได้ออกหมายจับนายทักษิณ จำเลย เนื่องจากไม่มาศาล และให้จำหน่ายคดีออกจากสารระบบความไว้เป็นการชั่วคราว

 

ปิดท้ายกับอีกหนึ่งคดีดัง อย่าง "คดีทุจริตจำนำข้าว" ของรัฐบาล "เพื่อไทย" จะเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบว์ดำ และกลายเป็น "มหากาพย์โกง" ที่ยืดเยื้อยาวนานมากที่สุดคดีหนึ่งก็ว่าได้  ริเริ่มโดยนายทักษิณ จากนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์สานต่อ (ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ) ทว่า โครงการนี้เริ่มส่งกลิ่นพบว่ามีการทุจริต เมื่อเสมียนอย่าง "นายบุญทรง" ต้องติดคุก พร้อมทิ้งปริศนา "กูพูดไม่ได้" ให้สังคมพอจะตีความได้ว่า มีผู้อยู่เบื้องหลังเป็นแน่ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น เมื่อนำข่าวลืมที่สะพัดก่อนหน้ามาพิจารณา ว่าหนึ่งในเครือญาติตระกูลชินวัตรอย่าง "เจ๊แดง-เยาวภา วงษ์สวัสดิ์" ได้หลบหนีคดีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้สืบทราบต่อไปว่ามูลค่าความเสียหายของโครงการดังกล่าว สูญสิ้นเงินงบประมานไปกว่า 7 แสนล้านบาท  ศาลพิเคราะห์ให้นายบุญทรงและพรรคพวกมีความผิดในหลายกระทงเกี่ยวกับคดีนี้ เป็นเหตุให้ต้องจำคุก และห้ามประกัน เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

 

 

นอกจากนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยคดีปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งศาลพิพากษาว่า กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 มาตรา 123 / 1 เป็นกรรมเดียวความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 5 ปี แต่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปเสียแล้ว ซึ่งขณะนี้ล็อตที่2กำลังจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเร็วๆนี้

 

 

 อย่างไรก็ตาม อาจดูประหนึ่งว่าเป็นการย้อนแย้งอย่างสิ้นเชิง ต่อ พฤติกรรมของนายทักษิณ ที่สำคัญผิดคิดไปว่า ตนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ทั้งที่หลายต่อหลายครั้งเขาเองที่เป็นผู้ย่ำยีต่อเศรษฐกิจของประเทศจนเกือบพินาศย่อยยับ...

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา