โซเชียลโจมตีพ่อแม่น้องซูลุยผิว เริ่มเรียกร้องมากไปหรือเปล่า จากสงสารตอนนี้เปลี่ยนใจ แต่เดิมก็ปล่อยลูกห่างสายตาเอง

โซเชียลโจมตีพ่อแม่น้องซูลุยผิว เริ่มเรียกร้องมากไปหรือเปล่า จากสงสารตอนนี้เปลี่ยนใจ แต่เดิมก็ปล่อยลูกห่างสายตาเอง

Publish 2018-12-29 11:29:11


จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการค้นหา ด.ช.ซูลุยผิว อายุ 2 ขวบ ชาวพม่า หลังหายตัวเข้าไปในไร่อ้อย พื้นที่หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ระดมกำลังเดินปูพรมลาดตระเวนในไร่อ้อย พื้นที่ 1,400 ไร่ พร้อมกับชาวบ้านอาสาในพื้นที่ ที่ให้ความช่วยเหลือ ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น



ก่อนหน้านี้ทางด้าน แม่ของเด็กชาย 2 ขวบ บอกว่าก่อนหน้านี้ทางครอบครัวไม่เคยไปดูสภาพศพเลย ครั้งแรกที่ได้เห็นคือตอนที่ถูกมัดผ้าขาวไปแล้ว จากการตรวจสอบหลังจากที่ครอบครัวดูนั้น ไม่ได้ตายแบบธรรมชาติอย่างแน่นอน น่าจะโดนอะไรทำให้เสียชีวิต ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งกับตนว่าเสียชีวิตตามธรรมาชาตินั้น รู้สึกคาใจและอยากให้ทางนิติวิทยาศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมตรวจสอบอีกครั้ง 


ขณะที่ทางด้านทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้โพสต์ข้อความแง่คิดเรื่องข้อกฎหมาย อันเกี่ยวเนื่องกับคดีดังกล่าว ระบุว่า "การมโน ว่าผู้อื่นกระทำความผิดถ้าไม่มีพยานหลักฐาน ถือว่าเป็นการใส่ร้ายผู้อื่น อาจต้องรับโทษ ทางอาญาและรับผิดทางแพ่ง#ทนายคลายทุกข์"

ทำให้มีชาวโชเชียลเริ่มเสียงแตก ให้ความคิดเห็นในคดีเด็กชาวซูลุยผิวเสียชีวิตทั้งสองแง่มุม บางคนบอกว่าพ่อแม่เด็กเริ่มเยอะ ตอนแรกก็น่าสงสาร แต่ผลชันสูตรออกมา ควรยอมรับความจริง ว่าไม่ได้มีใครลงมือสังหาร  แต่ก็มีบางส่วนเข้ามาให้กำลังพ่อแม่ของเด็ก เนื่องจากเข้าใจหัวอกคนสูญเสียลูกแบบกะทันหัน อาจจะยังทำใจยอมรับไม่ได้ ประกอบกับเพิ่งมาอาศัยที่พื้นที่ทำกินได้ไม่กี่วัน แล้วเกิดเรื่องสะเทือนใจแบบนี้ ก็คงอยากสู้จนถึงที่สุด ว่ามีใครทำร้ายลูกตนเองหรือไม่ 

โดยช่วงเช้าวันที่ 28 ธ.ค. 2561 ทางด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และครอบครัวเด็กชาย "ซูลุยผิว" พร้อมเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเมียนมาเดินทางมาเข้าพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้พล.ต.ต. สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ช่วยในคดีเนื่องจากเชื่อว่าไม่ได้เสียชีวิตโดยธรรมชาติ

 

 



ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เผยความคืบหน้า เกี่ยวกับกรณีที่พบคนจุดไฟเผาใกล้จุดพบศพ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.สระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าตรวจสอบแล้ว ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า พบร่องรอยกันต้นหญ้าถูกไฟเผาป็น แนวยาวประมาณ 1 เมตร

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าเป็นร่องรองที่ทางญาติของผู้เสียชีวิตมา มาจุดธูปบอกเล่าหรือทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ มากกว่าที่จะเป็นการเผาเพื่อทำลายหลักฐาน และได้ตรวจสอบระยะทางจากคำให้การของพยานจากจุดเริ่มต้น และจุดที่เด็กหายตัวไป จนมาถึงจุดที่พบร่างระยะทางรถวิ่งประมาณ 700 เมตร ระยะทางเดินต่อไปอีกจนถึงจุดพบร่างอีกราวประมาณ 200 เมตร รวมระยะทางจากจุดที่เด็กหายตัวไปมาถึงจุดพบร่างเด็ก ประมาณ 900 เมตรถึง 1,000 เมตร 

 


ต่อมามีรายงานว่า ทางด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์  หัวหน้าคณะทำงานในการชันสูตรเด็กชายซูลุยผิว ได้เปิดเผยภายหลังการผ่าชันสูตรว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอย การถูกทำร้ายหรือมีรอยแตกหักของกระดูกพบเพียงร่องรอยจากการถูกสัตว์กัดแทะบริเวณต้นขากระดูกเชิงกรานและบริเวณใบหน้า ซึ่งรวมถึงจมูกที่พบว่าหายไปคาดว่าจะเกิดจากการถูกสัตว์กัดแทะเนื่องจากการตรวจสอบชิ้นเนื้อไม่พบว่ามีการช้ำ ในทางนิติวิทยาศาสตร์ระบุได้เลยว่าเป็นการถูกสัตว์กัดแทะ ภายหลังจากที่มีการเสียชีวิตแล้ว
 
สำหรับประเด็นในเรื่องของกระดูกขาผิดรูปนั้น ขอยืนยันได้ว่าเกิดจากการเน่าสะลายของเส้นเอ็นข้อต่อทำให้สภาพขาที่พบบริเวณจุดเกิดเหตุ มีการผิดรูป จากการตรวจสอบทั้งทางการใช้การถ่ายภาพรังสีและการชันสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเน่าเปื่อยไม่พบว่ามีกระดูกร่างกายแตกหัก 

 


ส่วนประเด็นของการป่วยเป็นโรคโปลิโอที่มีการพูดถึงจากทางครอบครัว เบื้องต้นจากการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้ความเห็นยืนยันได้ว่าจากการตรวจสอบสภาพศพ ไม่พบความผิดปกติของกระดูกที่เข้าข่ายการเป็นโรคโปลิโอ ดังนั้นสำหรับผลการชันสูตรจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม สามารถยืนยันผลการชันสูตรครั้งนี้ว่ามีความสอดคล้องกับทางนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ 

โดยต่อจากนี้จะดำเนินการสรุปเป็นอะไรลักษณ์อักษรและจัดส่งให้พนักงานสอบสวน รวมถึงแจ้งให้ทางครอบครัวทราบถึงผลการชันสูตรและแจ้งให้ทางครอบครัวหรือพนักงานสอบสวนดำเนินการรับศพน้องออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ต่อไป

 

 

ทว่ามีรายงานก่อนผลผ่าชันสูตรครั้งที่ 3 ออกมา แม่ของเด็กชายซูลุยผิวเผยว่า"อย่างไรก็ตามถ้าผลการชันสูตรอย่างละเอียดออกมาอีกครั้งแล้วพบว่าต่างกับครั้งแรกคือเป็นตามที่คาดการณ์ไว้ก็ต้องมีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่แตกต่างตนก็ยังข้องใจอยู่เพราะเชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับลูกตน แม้จะไม่มีหลักฐานแต่ที่เห็นในรูปตนก็มั่นใจเช่นนั้น"

 

 

จากกรณีทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ตอนนี้เกิดกระแสความไม่พอใจขึ้นในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตหลายคนเริ่มโจมตีพ่อแม่ของเด็กชายซูลุยผิวว่าออกมาเรียกร้องโดยไม่ยอมเชื่อผลชันสูตร จากที่สงสารเริ่มเปลี่ยนใจเพราะมองว่าพ่อแม่ปักใจเชื่อว่าลูกถูกฆ่าโดยไม่โทษตัวเองว่าเป็นผู้ปล่อยปะละเลยลูกตั้งแต่แรก

 

 

คอมเมนต์โจมตีจากชาวเน็ต

 

 

 

เริ่มเยอะไป จากตอนแรกก็สงสารแต่ตอนนี้เริ่มไม่พอใจแล้ว

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล