กระแสตีกลับแรง! ชาวโซเชียลไม่กลัวรพ.ฟ้อง แห่ให้กำลังใจอัจฉริยะ ร้องสภาทนาย

Publish 2018-11-16 07:57:08



จากกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาครอบครัว น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ที่ถูกนายคำตัน สามีเอาน้ำกรดสาดที่ใบหน้ามาจากสาเหตุความหึงหวง ลูกสาววัย 12 ปี พามาทำการรักษายังร.พ.บางมด แต่โชเฟอร์เห็นว่าอาการหนัก จึงนำตัวส่งรักษาร.พ.พระราม 2 แทน จนสุดท้ายน.ส.ช่อลัดดา เสียชีวิต ต่อมานายอัจฉริยะ ได้ไลฟ์สดผ่านทางเพจเฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แถลงตอบโต้ข้อมูลของโรงพยาบาลพระราม 2 ว่าไม่เป็นความจริง และจะเปิดข้อมูลเชิงลึกของรพ.แห่งนี้และอื่นๆด้วย



 

 

ต่อมา 14 พ.ย.2561  นายอัจฉริยะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน เพื่อขอให้ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างดัดแปลงอาคาร ตรวจสอบอาคาร และใบอนุญาตเปิดใช้อาคารของโรงพยาบาลพระราม 2 โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มี.ค.57 โรงพยาบาลพระราม 2 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้และมีผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย ทำให้ทางด้านนพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกคำสั่งปิดอาคารส่วนผู้ป่วยนอก ของรพ.พระราม 2 และสั่งให้แก้ไขผ่านในเวลา 15 วัน

 

 

 



 

ขณะที่เมื่อวานนี้(15พ.ย.) พญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผอ.โรงพยาบาลพระราม 2 พร้อมด้วย นายสุรพัศ ประภาพร ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากโรงพยาบาลพระราม 2 ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง ถึงกรณีที่โรงพยาบาลถูกกล่าวหาว่าปฏิเสธรักษาหญิงสาวที่ถูกสามีใช้น้ำกรดสาดก่อนจะเสียชีวิตลง 

 

ด้านนายสุรพัศ กล่าวว่า ตนในฐานะทนายได้ติดตามข่าวสารทั้งข่าวหลักและทางโซเชียล ซึ่งพบว่าเป็นการให้ข่าวสารที่ผิดและบิดเบือน ทำให้โรงพยาบาลพระราม 2 เสื่อมเสียชื่อเสียง

 

 

“หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบข้อมูลหากพบว่ามีการนำเสนอข่าวที่บิดเบือนและไม่ตรงข้อเท็จจริงจะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนประเด็นการชี้แจงเรื่องข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าโรงพยาบาลมีแพทย์ประจำเวร ได้ให้ข้อมูลทั้งหมดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้มอบพยานหลักฐานทั้งหมดในวันเกิดเหตุด้วย หลังจากนี้ขอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลก่อนจะมีนำเสนอ และขอให้รอผลตรวจสอบ จากคณะกรรมการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 19 พ.ย.นี้”

 

 

ด้านนายอัจฉริยะ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ในเฟซบุ๊ก ระบุว่า "เห็นทนายความออกมาขู่สื่อแล้วก็เศร้าใจ กล่าวหาสื่อว่าบิดเบือน อยากบอกตรงนี้เลยว่ากูไม่กลัวมึง จะขุดทุกรูปแบบตามกฎหมาย แล้วอย่ามาร้องนะ ครั้งที่แล้วตบโต๊ะไม่เป็นไร แต่ครั้งนี้รอดูว่าใครแน่กว่ากัน ยังมีหลักฐานในมืออีกเยอะ ขอยืนยันเลยว่าไม่มีหมอตรวจ มีแต่หมอผีเพราะหายไปหาไม่เจอ บอกอยู่ในห้องน้ำนานครึ่งชม. คนพูดจริง จะพูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม แต่คนโกหกพูดกี่ครั้งก็ต้องโกหกทุกครั้ง เมื่อไรจะเลิกแถสักทีนะ?"

 

 

อย่างไรก็ตามทำให้โลกโซเชียลต่างจับตาดุเดือดอีกครั้ง ว่าคดีนี้จะจบอย่างไร ซึ่งหลายคนเชื่อเทใจเชื่อในสิ่งที่นายอัจฉริยะพูด และมีหลักฐานที่ชี้แจงได้อีกทั้งหลายข้อความได้ให้กำลังใจนายอัจฉริยะพร้อมตอบโต้โรงพยาบาลและทนายความด้วย อาทิ

 

เห็น LIVE ของทนายโรงพญาบาลพระราม2แล้วผมรู้สึกเห็นใจสื่อมากเลยครับ ไม่รู้จะเรียกเค้ามาทำไมสื่อถามอะไรก็ให้คำตอบไม่ได้พอถามหมอก็ไม่ให้ยอมให้หมอพูด แล้วแบบนี้เค้าเรียกว่าแถลงหรอครับผมว่าเค้าเรียกแถลมากกว่า เสียเวลาทำมาหากินหมด

 

เอาไห้หนักค่ะ

 

คุณอัจสู้ๆนะคะขุดมันขึ้นมาจากหลุม

 

ขอเป็นกำลังใจให้คุณ.อัจฯ/ครับ

 

 

 

จัดเต็มเลยค่ะคุณอัจ

 

สู้ให้สุดๆเลยนะคะลุงอัจฉริยะ

 

จัดให้หนักเลยนายหัว

 

อย่ากลัวครับพี่อัจสู้เลยครับและสมควรที่จะร้องสภาทนายความถึงพฤติกรรมทนายคนนี้ที่ออกมาข่มขู่สื่อด้วยครับ

 

สู้ๆนะคะอาจารย์

 

จัดแบบหนักหน่วงไปเลย จ๊วดดดดด

 

พูดภาษาพ่อขุนเดี๋ยวโดนเค้าฟ้องน่ะคุณอัจ

 

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว