เปิดคำรับสารภาพ! ทหารค่ายดังขอนแก่น ติดเชื้อเฮชไอวี ขืนใจเด็กชายเกือบร้อยราย...ตั้งข้อหาหนัก!

Publish 2018-11-08 17:04:44



จากกรณีทหารค่ายดังจังหวัดขอนแก่น ติดเชื้อเฮชไอวี ขืนใจเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี เกือบร้อยราย โดยวันนี้ (8 พ.ย. 61) ที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า (ศปก)สภ.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นำโดยพล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รรท.ผบช.สตม.(รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงข่าวผลการจับกุม จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ ค่อมสิงห์ อายุ 43 ปี ทหารสังกัด กองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ จ.ขอนแก่นหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. 



 

โดยจับกุมตัวได้ ภายในบ้านพักในเขต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับของศาล มทบ.23 รวมทั้งหมด 6 ข้อกล่าวหา พร้อมทั้งของกลางรถยนต์เก๋งโตโยต้าอัลติส หมายเลขทะเบียน ภก-5567 กทม.โดยหน้ารถมีหมวก ป้ายชื่อ-ภาพถ่ายและเครื่องหมายทหารวางอยู่,โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง,รถจักรยานยนต์ 1 คัน และแฟชไดร์ส
 

ทางด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. กล่าวว่า หลังจากที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ได้รับการร้องเรียนจากเด็กชายรายหนึ่ง ว่าถูกข้าราชการทหารข่มขืนกระทำชำเราภายในรถยนต์ ชุดสืบสวน ศปอส.ตร จึงประสานงานร่วมกับ บก.ปคม.ทำการสืบสวนสอบสวน กระทั่งทราบแน่ชัดว่าผู้ต้องหานั้นเป็นข้าราชการทหารในพื้นที่ขอนแก่น จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาลทหาร มทบ.23 จนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว

 

 

 

ทั้งนี้พฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ที่ปัจจุบันได้ให้ออกจากราชการแล้ว ใช้แอพพลิเคชั่นหนึ่ง ในการติดต่อพูดคุยกับเด็กชายที่มีอายุต่ำ 15 ปี สามารถติดต่อพูดคุย ก่อนชักชวนกันมาคุยในเฟชบุ๊กส่วนตัว โดยมีเด็กผู้ชายวัยรุ่นหลงเชื่อและเข้ามาพูดคุยจำนวนมาก เนื่องจากผู้ต้องหาใช้ภาพในโปรไฟล์ที่เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี โดยในช่วงขอการพูดคุยกันได้ให้เด็กชายที่คุยด้วยนั้นส่งภาพอวัยวะเพศ และภาพลามกอนาจาร มาให้ โดยผู้ต้องหาเก็บภาพดังกล่าวไว้ทั้งหมด จากนั้นมีการนัดเจอตัวกัน โดยเมื่อมาพบไม่ใช่ผู้ชายตามที่ปรากฎในภาพ ก็ถูกผู้ต้องหาบังคับข่มขืนภายในรถ โดยอ้างว่าหากไม่ยินยอมจะนำภาพที่ส่งมาให้นั้นโพสต์ แบล็คเมล์ และประจานผ่านสื่อ



 

เบื้องต้นจากการสอบสวน พบว่าผู้ต้องหารายนี้ติดเชื้อ เอชไอวี มาตั้งแต่ปี 2552 โดยเข้ารับการรักษาเมื่อปี 2558 และพึ่งย้ายมาประจำการที่ขอนแก่นได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากากรตรวจสอบยังคงพบว่าผู้ต้องหามีการจดบันทึกข้อมูลของผู้เสียหายที่ทำการข่มขืนกระทำเราไว้ด้วย โดยมียอดรวมของผู้ถูกกระทำรวม 75 ราย ในจำนวนนี้มีรายชื่อและที่อยู่ชัดเจนรวม 28 ราย ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ บก.ปคม.สืบสวนสอบสวนร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เนื่องจากทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่ยังคงต้องข้อความร่วมมือไปยังผู้ปกครองหรือผู้เสียหายในการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติม พร้อมตั้ง 6 ข้อหาหนักเอาผิด ประกอบด้วย

1.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีขอตนเอง

2.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

3.พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามโดยปราศจากเหตุอันสมควร

4.พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร

5.ข่มขืนผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนในนั้นเอง หรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนถูกผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และ บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง

6.ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด
ก่อนทำการควบคุมตัวผู้ต้องหา และของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 



เรียบเรียงโดย

จิรภัทร รวดเร็ว


Recommend News