ใครทำ? จับ "ฉลามครีบดำ" ยัดกระสอบลอยหน้าอ่าวมาหยา ทั้งที่ปิดอุทยาน

Publish 2018-11-05 13:43:42



ขณะนี้ได้มีการแชร์ภาพซากฉลามหูดำหรือฉลามครีบดำ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ผู้ประกอบการดำน้ำที่เกาะพีพีได้โพสต์ภาพใน “กลุ่มแจ้งข่าวเกาะพีพี” เป็นภาพซากฉลามหูดำอยู่ในกระสอบปุ๋ย ส่วนหัวโผล่ออกมา ลำตัวและหางอยู่ในกระสอบ
 



โดยระบุว่า พบเจอฉลามดังกล่าวอยู่ในถุงกระสอบลอนนำบริเวณหน้าอ่าวมาหยา เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ โดยพนักงานของบริษัทดำน้ำที่เกาะพีพี เป็นผู้พบเมื่อช่วงเช้าวานนี้ และได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานทราบแล้ว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

 

เนื่องจากบริเวณหน้าอ่าวมาหยา ทางกรมอุทยานสั่งได้ประกาศปิดมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้มีฉลามหูดำเข้ามาหากินหน้าอ่าวมาหยาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อุทยานคอยเฝ้าดูแล เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้น คาดว่ามีคนลักลอบมาจับฉลามหูดำบริเวณดังกล่าว แต่ไม่กล้านำออกมา เกรงจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมจึงทิ้งลงทะเล จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบ

นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งว่า มีการพบซากฉลามหูดำลอยหน้าอ่าวมาหยาแล้ว ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่อุทยานทำการตรวจสอบ และติดต่อกับคนที่พบซากฉลามหูดำว่าพบบริเวณจุดใด และซากฉลามหูดำอยู่ในสภาพอย่างไร เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ามีการลักลอบจับในเขตอุทยานหรือไม่

 



หรืออาจจะเป็นเพราะว่าฉลามว่ายไปติดในกระสอบเอง เพราะหลังจากที่กรมอุทยานปิดอ่าว ก็มีเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานคอยเฝ้าตลอด ทั้งนี้ถึงแม้ว่าฉลามหูดำจะไม่ได้เป็นสัตว์สงวนฯ แต่หากตรวจสอบว่ามีการลักลอบจับในเขตอุทยานก็ถือว่ามีความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ

นายวรพจน์ ยังกล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ประกาศปิดอ่าว ห้ามทำกิจกรรมท่องเที่ยว รวมระยะเวลากว่า 5 เดือน ส่งผลให้ฝูงฉลามหูดำเข้ามาแหวกว่ายหากินบริเวณหน้าอ่าวมาหยาจำนวนมาก เนื่องจากระบบนิเวศอ่าวมาหยาได้มีการฟื้นฟู หลังมีการปิดอ่าว ห้ามทำกิจกรรมท่องเที่ยว เรือหางยาว เรือสปีดโบ้ท เข้ามาทำกิจกรรมในพื้นที่ ทั้งนี้ฉลามหูดำมีความสำคัญต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก

 



เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์


Recommend News