อุทาหรณ์สุดๆ แม่เล่านาทีชีวิต ลูกน้อยโดนงูเห่ากัด เผยขั้นตอนรับมือที่ถูกต้อง จนสุดท้ายรอดตายมาได้

Publish 2018-10-21 23:45:13



เรียกว่าเป็นปัญหาใหญ่คอยกวนใจสำหรับคนกลัวงูเลยทีเดียว หากมีงูเข้าบ้านต้องทำให้ใจอยู่ไม่เป็นสุข เพราะเมื่องูเข้าบ้านมาแล้ว ก็อาจจะไปซุกตัวอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ยอมจากไปง่ายๆ แถมยิ่งถ้าเป็นงูที่มีพิษด้วยล่ะก็ ยิ่งเสี่ยงจะเกิดอันตรายกับคนในบ้านได้มาก



โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มักมีงูชุกชุมเป็นพิเศษ และหากโดนกัดเข้าให้ แล้วช่วยชีวิตไม่ทัน ก็ต้องถึงแก่ความตาย ยิ่งบ้านไหนมีลูก หรือเด็กเล็กยิ่งต้องระวังเพิ่มขึ้น ล่าสุดได้มีคุณแม่คนหนึ่ง บอกเล่าแชร์ประสบการณ์ เมื่อลูกน้อยถูกงูกัด แต่สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้น และช่วยเหลือได้ทัน โดยในเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Pachgeera Bunsattha ได้บอกเล่านาทีชีวิตลูกน้อยไว้ดังนี้

 

 

"เรื่องราวจากประสบการณ์จริง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว เหตุเกิดกับลูกสาวเราเอง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 เวลา 06:50 ตอนเช้าวันนั้น #น้องมีนา ได้เข้าห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำไปโรงเรียน และเราก็รีดเสื้อผ้าอยู่นั้น ก็มีเสียงกรี๊ดอย่างดัง เราตกใจมากเมื่อมองไปเห็นงูกำลังกัดท้าวลูกอยู่ เห็นงูดิ้นไปมา (ด้วยความกลัวมากของเด็กก็จับงูออกจากท้าวเอง) งูก็เข้าไปที่ท่อระบายน้ำทิ้งในห้องน้ำ เรารีบวิ่งปรี๊เข้าไปหาลูกแล้วอุ้มลูกออกมาจากห้องน้ำทันที 

 


จากนั้นก็มองไปที่ท้าวของลูกก็เห็นแผลมีเลือดออกลักษณะแผลมี 2 เขี้ยวก็รู้ทันทีว่าเป็นงูมีพิษ เรารีบหาผ้ามาพันเหนือแผลทันที แล้วบอกให้ลูกอยู่นิ่งๆ ห้ามขยับ ลูกก็ร้องไห้ด้วยความตกใจและกลัว แล้วก็เรียกสามีที่กำลังกรีดยางอยู่หลังบ้าน บอกว่าลูกโดนงูกัด พอสามีมาถึงก็หาตัวงู เราก็โทรศัพท์ไปที่ #1669 ทันที แล้วสามีก็เจอก็ตีงูเพื่อนำไปด้วย จากนั้นหน่วยกู้ภัยก็มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำส่งโรงพยาบาล

 

 

งูเห่าตัวที่ลูกสาวถูกกัด 

 

 


เมื่อมาถึง รพ.ระยอง ก็เข้าห้องฉุกเฉิน เราร้องไห้ตลอดลูกก็ร้อง (แม่หนูเจ็บๆ) เราเหมือนใจสลายเหมือนตายทั้งเป็น กลัวมาก กลัวกังวลว่าลูกจะเป็นอะไร หมอก็ให้แอดมิดแล้วดูอาการ ซึ่งอาการน้องตอนนั้นจะง่วงจะหลับตลอดเวลา เราก็จะพยายามปลุกลูกตลอดไม่ให้หลับ หมอก็ดูอาการแล้วก็บอกว่าเป็น #งูเห่า เรานี่ตกใจมากกลัวไปหมด กว่าหมอจะวินิจฉัยว่าเป็นงูเห่าก็เป็นเวลาเที่ยง ด้วยความกลัวว่าลูกจะเป็นอะไร เราก็ว่าหมอทำไมไม่ฉีดยาเซรุ่มให้ลูกซักที ตอนนั้นหมอก็น่าจะเครียดเหมือนกัน หมอได้บอกกับเราว่า (คุณแม่ใจเย็นก่อนนะ ถ้าฉีดยาให้น้องเลยถ้าน้องแพ้ยาก็เสียชีวิตได้เลยนะ)

 

 


จากนั้นหมอก็นำยาเซรุ่มมาเทสที่แขนน้องดู 5 นาที น้องไม่แพ้ไม่มีผื่น หมอก็ฉีดเซรุ่มให้ทันที ตอนนั้นเวลา 12:17 น.หมอก็ยังสังเกตอาการหลั่งฉีดเซรุ่มเข้าไป อาการน้องตอนนั้นก็ดีขึ้นเรื่อยๆ น้องโชคดีมากไม่มีอาการอะไรให้น่าเป็นห่วง 23:00น.น้องก็เข้าห้องผ่าตัด จากนั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ อยู่ รพ.เป็นเวลา 2 เดือน 2 วัน เราจะเอาวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เราก็เพิ่งได้รับความรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้เพื่อเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับทุกคนนะคะ
 



วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด

อันดับแรกเมื่อถูกงูกัด คือต้องมีสติก่อนเลยค่ะ ควรให้คนที่โดนกันอยู่นิ่งๆ พยายามไม่ให้ขยับมากที่สุด นำสำลีที่สะอาดปิดปากแผลเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าแผล จากนั้นให้เอาไม้ดามส่วนที่โดนกัด นำผ้ามาพันไม้กับแขนหรือขาที่โดนกัด ดามเหมือนคนแขนขาหัก #ห้ามทำอะไรกับบาดแผลหรือใช้ปากดูดพิษ เพราะไม่ได้ทำให้พิษออกมาอาจเป็นอันตรายกับคนที่ดูดแผลแล้ว บาดแผลอาจติดเชื้ออีก แล้วโทร 1669 แล้วถ่ายรูปงูหรือจำลักษณะงูที่กัด ให้อยู่ห่างงูแล้วนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แล้วโทร 1699 เป็นหน่วยงานที่จับงูโดยตรง เพื่อไม่ให้โดนงูกัดซ้ำ 

 

 

งูมีระบบทำลายร่างการอยู่ 2 ระบบคือ
1.ระบบปราสาท มี งูเห่า จงอาง ทับสมิงคลา สามเหลี่ยม 
2.ระบบเลือด มี งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้
 

 

อาการคนที่โดนงูเห่ากัด เป็นกลุ่มงูทำลายระบบปราสาท จะมีอาการปวดที่บาดแผลร่วมด้วยอาการบวม จะมีอาการหนังตาตก ระบบร่างกายล้มเหลวหายใจลำบากหรือหยุดหายใจ เสียชีวิตในที่สุด

 

การรักษา

สังเกตอาการ ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบากก็จะให้เครื่องช่วยหายใจโดยการหย่อนสายลงไปที่ลำคอ ฉีดยาเซรุ่ม

 

 

ฝากเป็นวิทยาทานเป็นความรู้กับคนที่ยังไม่เข้าใจกับเรื่องงูเห่าด้วยนะคะ เราก็เพิ่งเข้าใจ เพราะแต่ก่อนก็เข้าใจผิดมาตลอด ว่าต้องพันเชือกเหนือแผล ซึ่งมันจะทำให้เนื้อส่วนที่พันตายเพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยงนั่นเอง อาจถึงต้องตัดส่วนนั้นทิ้งเลยนะ การดูดพิษเราก็คิดว่าจะดูดพิษเหมือนกัน555 เพราะเห็นในละคร แต่เป็นความรู้ที่ผิด พิษจะฝังเข้าสู่ร่างกายแล้วเราก็ทำอะไรไม่ใด้หรอก หากมีข้อผิพลาดประการใดหรือมีอะไรแนะนำก็เม้นมาคุยได้เลยนะคะ ขอบคุณที่อ่านจบนะคะตบมือให้ตัวเองรัวๆค่ะ"

 

 

 

 


และหลังจากที่โพสต์ดังกล่าว ได้รับการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ต่างมีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจ และขอบคุณที่คุณแม่ได้แชร์ประสบการณ์ป้องกันตัว จะได้ช่วยเหลือลูกน้อย คนในบ้าน และครอบครัว ปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ถูกวิธี เพราะในช่วงนี้อากาศค่อนข้างชื้น และเสี่ยงต่อการเจอสัตว์ร้ายในบ้าน 

 

 

 

 

 

 

 

 

บาดแผลหลังถูกพิษงูเห่า ต้องรักษานานถึง 2 เดือน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รักษาจนหายเป็นปกติ บาดแผลสมาน ลูกรอดชีวิต 

 

 

 

 

ลูกน้อยกลับมาสดใสได้อีกครั้ง 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Pachgeera Bunsattha


 



เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล


Recommend News