ระอุ สร้างคอนโดบดบังภูมิทัศน์พระตำหนักปลายเนิน เจรจาร่วมยังไร้ผล โซเชียลแห่ลงชื่อต้านการก่อสร้าง

Publish 2018-09-18 19:17:05



    ถือเป็นหนึ่งประเด็นสำคัญต้องเกาะติด สืบเนื่องจากในเว็บไซด์ Change.org  มีการแสดงแคมเปญเกี่ยวกับอนาคตของพิพิธภัณฑ์ตำหนักปลายเนิน โดยผู้ใช้ชื่อว่า "ณัฏฐ์ลภัส อิงบุญมีสกุล"  แสดงข้อมูลร้องเรียน เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงรายละเอียดข้อมูลปรากฎว่า ขณะนี้พิพิธภัณฑ์ตำหนักปลายเนิน คลองเตย ถนนพระรามสี่ สถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ อดีตที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ (พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4) กำลังได้รับความเดือดร้อน เหตุเพราะบริษัทก่อสร้างมหาชนกำลังมีโครงการจะสร้างคอนโด สูง 39 ชั้น ติดกับพระตำหนัก ทำให้บดบังทัศนียภาพ ส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์มรดกและวัฒนธรรมของไทย ด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ดนตรี นาฏศิลป์ โขน ดนตรีไทย มลภาวะทางอากาศและเสียงต่อผู้ที่มาเรียน และใช้พื้นที่ศึกษาและทัศนาการ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดังนั้น พวกเราคนไทยทุกคนจึงควรร่วมใจกันหยุดยั้งการก่อสร้างคอนโดสูงขนาดใหญ่ที่จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์เพียงหยิบมือครั้งนี้

 

 

 

 

    ขณะนี้เรื่องกำลังเข้าสู่การพิจารณาของ EIA (คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม) ในวันที่ 18 กันยายน 2561 ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือจากทุกคนที่เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกไทยให้ชนรุ่นหลังร่วมลงชื่อขอคัดค้านการยื่นขออนุมัติการก่อสร้างในครั้งนี้  

 

   

    ขณะเดียวกันเมื่อ "สำนักข่าวทีนิวส์"  ตรวจสอบย้อนกลับไปพบว่าในเพจเฟซบุ๊กของผู้ใช้ชื่อว่า "Hatai Yam Limprayoonyong" ให้ข้อมูลอันน่าสนใจยิ่งเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ตำหนักปลายเนิน 
มีความว่า หลายคนคงไม่มีใครรู้จักพิพิธภัณฑ์พระตำหนักปลายเนิน ตรงคลองเตย และไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่เพราะงานที่ทำจึงเริ่มหาข้อมูล พระตำหนักปลายเนินแต่ก่อนเป็นบ้านเก่าของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ "บุคคลสำคัญของโลก" โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เพราะท่านเป็นศิลปินเชี่ยวชาญหลายแขนง ทั้งศิลปะ สถาปัตยกรรมเป็นคนออกแบบวัดเบญจมบพิตร พระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ และแต่งเพลงเขมรไทรโยค ตอนนี้ตัวบ้านถูกบูรณะเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานศูนย์กลางการเรียนรู้งานศิลป์ รร.สอนนาฎศิลป์ ดนตรีไทย และเมื่อเร็วนี้จะมีโครงการสร้างคอนโดสูง 39 ชั้น มาสร้างติดกับพิพิธภัณฑ์ฯ คนที่รักและหวงแหนมรดกวัฒนธรรมย่อมยอมไม่ได้
บ้านทรงไทยอายุเกือบร้อยปีจะมาบอกว่าไม่เป็นไร พังแล้วสร้างใหม่ อย่างนี้ไม่ถูก เพราะมีประวัติความเป็นมาลึกซึ้งและยาวนาน แล้วไหนจะทัศนียภาพรอบๆ ทั้งยังมีแหล่งชุมชนและชาวบ้าน
แว่วมาว่าตอนนี้โครงการกำลังยื่นพิจารณา EIA เป็นครั้งที่ 2 อาทิตย์หน้า จึงมีการรวบรวมรายชื่อเตรียมจะยื่นหนังสือร้องเรียน 

 

 

    แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจคือมีคนส่งข้อความมาว่า ขอให้นึกถึงเจ้าของโครงการบ้าง เพราะเสียเงินไปไม่น้อยจากการซื้อที่ ทำให้เกิดความมึนงงเหมือนว่าต้องเข้าใจเห็นใจนายทุนอย่างซีพี เพราะเขาเป็นเพียงพ่อค้าคนหนึ่ง แล้วทำไมเราไม่เห็นใจชาวนา? หรือทำไมเราไม่เห็นใจชุมชนโดยรอบ และไม่เห็นในคนที่เข้ามาใช้พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ฯ เพื่อศึกษาเรียนรู้งานศิลป์ สืบทอดมรดกของชาติ?



    ถึงในใจเราจะขุ่นเคือง แต่ก็เข้าใจ เพราะเราอยู่ในโลกที่มีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง เราคิดว่าอย่างพื้นที่ที่ Developer เจ้านี้ซื้อมา ความจริงสามารถพัฒนาทำเป็นสิ่งปลูกสร้างอื่นได้มากมาย หรือจะเอาไปขายต่อ แนวทางไหนก็ได้ที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้แบบยั่งยืน แต่เขาเลือกที่จะทำโครงการยักษ์ใหญ่ กำไรหลายพันล้าน ซึ่งเขาทำได้ ถ้ารัฐอนุญาต นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากๆ ของคนตัวเล็กๆ ที่ถูกรังแก แต่ถ้าเราไม่ช่วยกรณีแบบนี้ ก็จะมีให้เห็นอีกเรื่อยๆไป

 

    ล่าสุด 18 ก.ย. 2561 ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ พร้อม ดร.ม.ร.ว.หญิงกัลยา ติงศภัทิย์ และ ม.ล.ตรีจักร จิตรพงศ์ ทายาทสายตรงของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ 
ได้พาสื่อมวลชน เยี่ยมชมพระตำหนักปลายเนิน หรือ วังคลองเตย พร้อมทั้งเล่าถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า หากมีการก่อสร้างคอนโดขึ้นบริเวณใกล้ตำหนัก ตัวตำหนักตึกในส่วนที่บริเวณห้องสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ จะได้รับผลกระทบดังกล่าวหากมีการก่อสร้างขึ้น ซึ่งกำแพงของคอนโดห่างจากตำหนักแห่งนี้ไม่เกิน 20 เมตร

 

 

 

 

 

 

    ทางด้านดร.ม.ร.ว.หญิงกัลยา ติงศภัทิย์ เผยว่าก่อนหน้าที่เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2560 ได้ทำการยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อคัดค้านการก่อสร้างในโครงการนี้ต่อสำนักการโยธากรุงเทพมหานครแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และพบว่าทางบริษัทก่อสร้างคอนโดได้ประกาศจองห้องในวันที่ 2 ธ.ค. 2560 จึงมีการยื่นเรื่องอีกครั้งต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 3 พ.ค. 2561 และมีการเจรจาครั้งที่ 2 ขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา ทางพระตำหนักจึงเสนอว่าให้ถอยกันคนละก้าว และขอให้ทางบริษัททบทวนและวางแผนด้านโครงสร้างใหม่อีกครั้งเพราะเกรงว่าแบบเก่าจะส่งผลกระทบต่อพระตำหนักและภูมิทัศน์โดยรอบค่อนข้างมาก



    ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างคอนโดที่มีความสูง 39 ชั้นนั้น มีผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่งเพราะบริเวณที่ก่อสร้างคอนโดห่างจากห้องที่ทรงสิ้นพระชนม์ไปเพียง 20 เมตร 
ซึ่งห้องดังกล่าวถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่รวบรวมอัฐิของท่านและลูกหลานของท่านรวมถึงของที่ใช้ส่วนพระองค์ครั้งที่พระองค์ทรงมีชีวิตอยู่ จึงเปรียบเสมือนการอยู่เหนือหัวสิ่งที่ศิลปินทุกคนเคารพบูชา

 

 

 

 

    จากการเจรจาเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2561 ร่วมกับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัทที่ก่อสร้างคอนโดดังกล่าว ตนพยายามเลี่ยงที่จะเจอกับบริษัทโดยตรงตลอด เพราะเมื่อพูดอะไรออกไป ทางบริษัทจะนำคำพูดไปเป็นข้ออ้างว่า วังปลายเนินไม่ขัดข้อง

 

 

 

   

    การเจรจาโดยมีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย จึงเปรียบเสมือนมีพยานเข้ามารับรู้เรื่องดังกล่าวโดยจุดประสงค์ของตนคือการหาทางแก้ปัญหาว่าจะทำอย่างไรไม่ให้การก่อสร้างต้องมาบดบัง
ทัศนียภาพของโบราณสถาน แต่ถ้าสร้างใหม่แล้วยังคงมีลักษณะเหมือนเป็นการลบหลู่หรือดูถูกก็ใคร่ขอให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม โดนข้อเสนอหลักคือจะเป็นไปได้หรือไม่หากจะสร้างคอนโดที่มี 8 ชั้น
หรือสูงประมาณ 23 เมตรเพราะความสูงในระดับนี้จะไม่เป็นการบังทัศนียภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์โดยรอบ และในส่วนที่อยากให้ระมัดระวังมากเป็นพิเศษคือในเรื่องของความสั่นสะเทือน
ระหว่างการก่อสร้าง เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อบริเวณพระตำหนักรวมถึงโบราณวัตถุที่อยู่ในพระตำหนัก

 

    ม.ล.ตรีจักร จิตรพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนที่มีคนนำเรื่องราวของพระตำหนักไปร่วมลงชื่อเพื่อให้อนุรักษ์นั้น เป็นกลุ่มที่มีโอกาสได้มาเยี่ยมชมพระตำหนักตอนที่จัดงานวันนริศ ที่จัดขึ้นให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมฟรีโดยจะเปิดแค่ปีละครั้งเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เนื่องในวันประสูติเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำต่อเนื่อง ในวันที่ 28 เม.ย. ของทุกปี โดยวันนั้นจะนำของส่วนพระองค์มาจัดแสดงและมีการร้องละเล่นและมีการแจกทุนนริศให้กับนักเรียนที่มีความสามารถด้านการแสดงต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้เขาเหล่านี้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของสถานที่ ที่มีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์และมีการบอกเล่าต่อกันในโลกโซเชียล นอกจากนี้ยังมีการแชร์เพื่อแบ่งปันข้อมูลผ่านทางเฟซบุ๊กของมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์และราชสกุลจิตรพงศ์อีกด้วย

 

    ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องพระราชตำหนักวังปลายเนินกับบริษัทเจ้าของคอนโดปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าจะเป็นไปในทิศทางใดแต่ในเวลานี้ได้มีผู้เข้ามาร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญรณรงค์คัดค้านการก่อสร้างคอนโดสูงใน  www.change.org เป็นจำนวนกว่า 5 พันคนแล้ว โดยผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนขณะก่อสร้างคอนโดนี้มีผลอย่างยิ่งต่อสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ ไม่ใช่แค่ตำหนักปลายเนินเพียงอย่างเดียวเพราะต้องมีการขุดเจาะรวมถึงฝุ่นละอองต่างๆ ล้วนแต่มีผลต่อบุคคลโดยรอบ รวมถึงวัตถุโบราณต่างๆ ที่อยู่ภายในพระตำหนักก็ได้รับผลกระทบต่อแรงสั่นสะเทือนนี้ด้วย ซึ่งของบางชิ้นนั้นไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้และมีแค่ชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายฝ่ายออกมาสนับสนุนเรื่องนี้

 

    อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือมีการคาดการณ์ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อสร้างคอนโดในครั้งนี้คือนายทุนยักษ์ใหญ่เจ้าหนึ่งในประเทศไทยจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่และบทสรุปของเหตุการณ์นี้จะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากเฟสบุ๊ก Hatai Yam Limprayoonyong

 

 



เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย


Recommend News