ทำได้ดี พยายามเต็มที่ เพียงแค่นี้ ทีมเดวิสคัพไทยสุดต้านเลบานอน พ่ายหวิว2-3อยู่หวดกลุ่ม2ปีหน้าต่อ

Publish 2018-09-17 17:05:47



    ทีมเดวิสคัพไทย พยายามเต็มที่ ผลสุดท้ายทำได้ดีที่สุด เพียงแค่นี้ สุดต้าน คู่แข่ง เลบานอน พ่ายหวิว 2-3 อยู่หวดกลุ่ม 2 ในปีหน้าต่อ ชวดขึ้นไปเล่นกลุ่ม 1 อย่างน่าเศร้า
    การแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย “เดวิสคัพ 2018”บาย บีเอ็นพี พารีบาส์ กลุ่ม 2 โซนเอเชีย/โอเชียเนีย รอบสามหรือรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเลบานอน ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี เป็นวันสุดท้าย ซึ่งผลวันแรก ทีมไทยตามเลบานอน 0-2 คู่ และต้องชนะเท่านั้นในการแข่งขันอีก 3 คู่ที่เหลือเพื่อคว้าสิทธิ์เลื่อนขึ้นไปเล่นกลุ่ม 1 ของโซนเอเชีย/โอเชียเนีย ในปีหน้า
    เริ่มที่ประเภทคู่ “แฝดต้น-ต้อง”สนฉัตร และ สรรค์ชัย รติวัฒน์ มืออันดับ 123 และ 122 ของโลกในประเภทคู่ตามลำดับ พบกับ โจวานี่ ซามาฮา มือ 1,187 ของโลกในประเภทคู่ และ แจด บาลลูต์ ที่ยังไม่มีอันดับโลก 
    ปรากฏว่า เซตแรก คู่แฝดไทยอาศัยความเก๋าเอาชนะไปแบบสบายมือ 6-0 เซตสอง คู่หวดเลบานอนพยายามแก้เกมสู้ แต่ก็ยังต้านความแข็งแกร่งของ สนฉัตรและสรรค์ชัย ไม่ได้ ทำให้แฝดไทยเอาชนะไปได้อีก 6-3 สรุป สนฉัตรและสรรค์ชัย ชนะ 2 เซตรวด 6-0, 6-3 ใช้เวลาแข่งขัน 59 นาที เก็บแต้มแรกให้ทีมไทยได้สำเร็จ ไล่ตาม เลบานอน 1-2  คู่
    จากนั้นเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวชนมือ ระหว่างเดี่ยวมือหนึ่งของทั้งสองทีม “จูเนียร์” วิชยา ตรงเจริญชัยกุล นักหวดไทยวัย 23 ปี มือ 453 ของโลก พบ เบนจามิน ฮัสซัน ของเลบานอน วัย 23 ปี มือ 370 ของโลก 



      โดยเซตแรก ต่างยื้อเกมเสิร์ฟของตัวเองเอาไว้ได้ เสมอ 3-3 เกมถัดมา วิชยา เบรกได้สำเร็จ ขึ้นนำ 4-3 จากนั้นผลัดกันรักษาเกมเสิร์ฟอีกคนละเกม จูเนียร์ ขึ้นแท่น 5-4 และออกมาเสิร์ฟปิดเซต เอาชนะไป 6-4 เซตสอง เกมเป็นไปอย่างสูสี เบนจามิน เบรกเกมสุดท้าย เอาชนะไป 6-4 ทำให้เสมอ 1-1 เซต และเซตสุดท้าย วิชยา เบรกได้ตั้งแต่เกมแรก หลังจากนั้นผลัดกันรักษาเกมเสิร์ฟ ซึ่งแมทช์นี้ เบนจามิน เสิร์ฟเอซไป 10 ลูก ขณะที่ วิชยา เสิร์ฟเอซได้ 8 ลูก เป็นฝ่ายเอาชนะไป 6-4 สรุป วิชยา เฉือนคว้าชัย 2-1 เซต 6-4, 4-6 และ 6-4 ใช้เวลาแข่งขัน 2 ชั่วโมง 7 นาที เก็บแต้มให้ทีมไทยตามตีเสมอ เลบานอน เป็น 2-2 คู่
    ขณะที่คู่ตัดสิน ระหว่างเดี่ยวมือสอง “เน็ต” พลภูมิ โควาพิทักษ์เทศ ดาวรุ่งไทยวัย 19 ปี มือ 1,398 ของโลก พบกับ ฮาดี้ ฮาบิบ วัย 20 ปี มือ 643 ของโลก 
    ปรากฏว่า เซตแรก พลภูมิ พ่ายไป 3-6 จากนั้นเซตสอง ขณะที่ พลภูมิ ตามอยู่ 2-4 มีฝนตก ทำให้เกมหยุดชะงัก และเมื่อกลับมาแข่งขันกันต่อ พลภูมิ ก็ยังสู้ความแข็งแกร่งไม่ได้ ทำให้พ่ายไป 2 เซตรวด 3-6, 3-6 ใช้เวลาแข่งขัน 1 ชั่วโมง 1 นาที ส่งผลให้ ทีมไทยพ่าย เลบานอน 2-3 คู่ ยังคงสถานะอยู่ในกลุ่ม 2 โซนเอเชีย/โอเชียเนีย ปีหน้าต่อไป ขณะที่เลบานอน ได้เลื่อนขึ้นไปเล่นกลุ่ม 1
    หลังจบเกม พ.ต.อ.วัสสา วัสสานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมเดวิสคัพไทย กล่าวว่า แน่นอนว่าการแข่งขันครั้งนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยผลแพ้ 2-3 คู่ แต่ถ้าลงไปดูในรายละเอียดจะเห็นว่านักเทนนิสไทยทำได้ดี ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ตนบอกเสมอว่าทีมไทยเป็นรองในหลายด้าน แต่นักกีฬาสามารถสู้กับทีมเลบานอนได้อย่างสูสี “จูเนียร์” วิชยา ตรงเจริญชัยกุล ที่แพ้ในวันแรกก็มาแก้ตัวเอาชนะได้สำเร็จ ส่วน พลภูมิ อันดับโลกห่างกับคู่แข่งเป็นเท่าตัว



“ถ้าเรามองในมุมที่ดี เชื่อว่าทีมชุดนี้คือทีมแห่งอนาคต ซึ่งอาจไม่ได้เห็นผลในเร็วๆนี้ แต่จะเห็นผลใน 2-3 ปีข้างหน้า  ส่วนปีหน้าคงต้องรอดูว่าสมาคมกีฬาเทนนิสฯ จะวางแผนอย่างไรต่อไป”
    ขณะที่ วีรภัทร ดอกไม้คลี่ กัปตันทีมเดวิสคัพไทย กล่าวว่า แมตช์นี้ ทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม จริงๆ เป็นแมตช์ที่ยาก เพราะทีมไทยตามหลังถึง 0-2 คู่ แต่ก็สามารถกลับมาตีเสมอได้ 2-2 แม้ว่าท้ายที่สุดจะพ่ายไป แต่เชื่อว่านักกีฬาของเรามุ่งมั่นเกิน 100 เปอร์เซ็นต์  ต้องชื่นชมนักกีฬาทุกคน
    ด้าน “ต้อง” สรรค์ชัย กล่าวว่า ผลการแข่งขันของทีมไทยในเดวิสคัพ 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเราไม่ได้เลื่อนชั้น แต่ส่วนตัวมองว่าผลงานไม่ได้ขี้เหร่ ยิ่งครั้งนี้ ทีมไทยมีนักกีฬาเลือดใหม่เข้ามาผสม ยิ่งทำให้เป็นส่วนผสมที่ลงตัว  และจะแข็งแกร่งขึ้นอีกในครั้งต่อๆ ไปแน่นอน
    “จูเนียร์” วิชยา กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ โดยเฉพาะพี่ๆ น้องๆ ในทีม จนสามารถกลับมาแก้ตัวเอาชนะได้ แม้ว่าท้ายที่สุดทีมจะไม่ได้เลื่อนชั้น แต่เชื่อว่านี้คือส่วนผสมที่ลงตัว และจะแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต
    ขณะที่ “เน็ต” พลภูมิ กล่าวว่า ก่อนลงสนามรู้อยู่แล้วว่าเป็นรองทุกด้าน แต่สิ่งที่ต้องการคือประสบการณ์ ที่ต้องลงไปเรียนรู้จากคู่แข่งในสนาม ส่วนตัวพอใจกับผลงานที่ออกมา เพราะสามารถสู้กับคู่แข่งที่มีอันดับโลกสูงกว่าเป็นเท่าตัวได้อย่างสนุก ส่วนผลแพ้ชนะเป็นอีกเรื่องที่ต้องพยายามกันต่อไป แต่วันนี้ตนต้องเรียนรู้จากมันให้มากที่สุด




Recommend News