คนทั้งประเทศไม่เคยรู้?!! แชทยืมเงิน...เท่ากับการทำสัญญากู้ยืม! งานนี้ใครยืมแล้วไม่คืนระวังตัวให้ดี! เพียงแค่ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้?!

Publish 2018-06-13 18:03:29



ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตก สำหรับเรื่องการยืมเงินกันแล้วไม่ยอมคืน หลายคนคงประสบปัญหานี้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่่น่าอึดอัดใจเลยทีเดียว แถมยากที่จะทวงคืนอีกต่างหาก บางคนให้ยืมแล้ว แต่กลับโดนทำร้ายกันด้วยการไม่คืนเงิน หายเข้ากลีบเมฆ เจ้าหนี้จะไปแจ้งความก็ไม่มีสัญญากู้ยืม แต่บอกเลยว่าต่อไปนี้หายห่วงได้เลย เพราะเพจเฟซบุ๊ก "ประชาสัมพันธ์ กระทรวงยุติธรรม" ได้เผยแพร่ กฎหมายน่ารู้ ตอน "แชทขอยืมเงิน เท่ากับการทำสัญญากู้ยืมเงิน" 

 

 



โดยระบุข้อความไว้ว่า  "หากมีเพื่อนหรือคนรู้จักมาขอยืมเงิน โดยการแชทมาขอยืมผ่านทางไลน์หรือสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ และสุดท้ายไม่นำเงินมาคืนให้ตามกำหนดที่ตกลงกันไว้ กรณีเช่นนี้ เจ้าหนี้สามารถใช้ข้อความการสนทนาหรือข้อความแชททางไลน์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มาเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินหรือฟ้องคดีได้ โดยให้ถือว่าข้อความดังกล่าวเป็นหนังสือและหลักฐานการกู้ยืมเงินค่ะ"

 

 

 

 



ทั้งนี้ปัญหาการให้ยืมเงิน แต่ผู้ยืมไม่นำเงินมาคืน และเมื่อจะแจ้งความดำเนินคดีก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือสัญญากู้ยืมเงิน ที่มีการลงลายมือชื่อผู้กู้ยืม มีเพียงแต่การพูดคุยสนทนาตกลงกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น ในกรณีเช่นนี้ เจ้าหนี้สามารถใช้การสนทนา ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินหรือฟ้องคดีได้ โดยให้ถือว่าข้อความดังกล่าวเป็นหนังสือและหลักฐานการกู้ยืมเงิน โดยให้รวบรวมหลักฐาน ดังนี้

1. หลักฐานข้อความสนทนาในการขอกู้ยืมเงินผ่านแชท หรือกล่องข้อความออนไลน์

2. หลักฐานบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน

3. หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร 

(หากชื่อบัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ กับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารไม่ตรงกัน ควรให้ผู้ขอกู้ยืมเงินยืนยัน และอธิบายว่าบัญชีธนาคารเป็นของใครและเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ขอกู้ยืมเงิน)

 

ขอบคุณที่มา ประชาสัมพันธ์ กระทรวงยุติธรรม 



เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ