คุณเป็นสามี-ภรรยาที่ดีหรือเปล่า? พระพุทธเจ้าสอนไว้ 5 สิ่ง ที่สามีและภรรยา ควรปฏิบัติต่อกัน! จะทำให้ชีวิตคู่มีแต่ความเจริญ

คุณเป็นสามี-ภรรยาที่ดีหรือเปล่า? พระพุทธเจ้าสอนไว้ 5 สิ่ง ที่สามีและภรรยา ควรปฏิบัติต่อกัน! จะทำให้ชีวิตคู่มีแต่ความเจริญ

Publish 2018-05-20 08:08:51


การใช้ชีวิตคู่สามีภรรยาที่ต้องใช้ศีลเป็นเครื่องกำกับแล้ว การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ย่อมประกอบไปด้วยอีกหลากหลายปัจจัย โดยหนึ่งในนั้น คือ หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อกัน ทั้งสามีและภรรยา ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค สิงคาลกสูตร ซึ่งว่าด้วยทิศ ๖ คือ บุคคล ๖ ประเภท และวิธีการปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านั้น โดยหนึ่งในทิศ ๖ ก็คือ สามีและภรรยา ซึ่งควรปฏิบัติต่อกัน



 

 



พระพุทธองค์ตรัสไว้ดังนี้  

“ ดูกรคฤหบดีบุตร ภรรยาผู้เป็นทิศเบื้องหลังอันสามีพึงบำรุงด้วย สถาน ๕ คือ ด้วยยกย่องว่าเป็นภรรยา ๑ ด้วยไม่ดูหมิ่น ๑ ด้วยไม่ประพฤตินอกใจ ๑ ด้วยมอบความเป็นใหญ่ให้ ๑ ด้วยให้เครื่องแต่งตัว ๑ ฯ”

 “ดูกรคฤหบดีบุตร  ภรรยาผู้เป็นทิศเบื้องหลังอันสามีบำรุงด้วยสถาน ๕ เหล่านี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕ คือ จัดการงานดี ๑ สงเคราะห์คน ข้างเคียงของผัวดี ๑ ไม่ประพฤตินอกใจผัว ๑ รักษาทรัพย์ที่ผัวหามาได้ ๑ ขยัน ไม่เกียจคร้านในกิจการทั้งปวง ๑ ฯ”

 “ดูกรคฤหบดีบุตร ภรรยาผู้เป็นทิศเบื้องหลังอันสามีบำรุงด้วยสถาน ๕ เหล่านี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕ เหล่านี้ ทิศเบื้องหลังนั้น ชื่อว่า อันสามีปกปิดให้เกษมสำราญ ให้ไม่มีภัยด้วยประการฉะนี้ ฯ”

 

 

ดังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ อธิบายได้ว่า 

“ภรรยา” ผู้เปรียบได้กับ “ทิศเบื้องหลัง” ที่สามีควรทำหน้าที่และปฏิบัติต่อภรรยา 5 ประการคือ

ประการที่ 1 ยกย่องภรรยา  หมายถึง การให้เกียรติแก่ภรรยาของตน ไม่ปิดบังซ่อนเร้น หากภรรยาทำความดี ก็ควรยกย่องชมเชยด้วยใจจริง หรือ หากกระทำความผิดก็ควรกล่าวตักเตือนกันด้วยดี และไม่ควรตำหนิติเตียนภรรยาต่อหน้าผู้อื่น อันจะทำให้ภรรยาต้องอับอาย

ประการที่ 2 ไม่ดูหมิ่นภรรยาของตน  หมายถึง แม้ภรรยาจะเกิดในตระกูลที่ต่ำต้อยกว่าตน มีฐานะยากจน หรือด้อยการศึกษากว่า ก็ไม่ควรดูหมิ่น ให้ภรรยาต้องน้อยเนื้อต่ำใจ

ประการที่ 3 ไม่ประพฤตินอกใจภรรยา หมายถึง สามีไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนในฐานะชู้สาว อันจะทำให้ครอบครัวต้องเดือดเนื้อร้อนใจ

ประการที่ 4 มอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้  หมายถึง งานบ้านงานเรือน ต้องมอบความเป็นใหญ่ให้กับภรรยาเป็นผู้ดูแล 

ประการที่ 5 มอบเครื่องแต่งตัวให้ตามโอกาสอันควร  หมายถึง การให้ของขวัญ ให้เครื่องประดับต่างๆ ตามโอกาสอันสมควร  ถือเป็นการยึดเหนี่ยวน้ำใจกันไว้อีกทางหนึ่ง

ส่วนภรรยาผู้เปรียบเสมือนกับทิศเบื้องหลัง ควร “อนุเคราะห์สามี” ด้วยการปฏิบัติต่อสามี 5 ประการ คือ

ประการที่ 1 จัดการงานดี หมายถึง การจัดงานบ้านงานเรือนให้เรียบร้อยสะอาดตา

ประการที่ 2 สงเคราะห์คนข้างเคียงสามี หมายถึง การสงเคราะห์ญาติมิตรของฝ่ายสามี ช่วยเหลือเกื้อกูลในสิ่งที่ทำได้

ประการที่ 3 ไม่ประพฤตินอกใจสามี หมายถึง การไม่ยุ่งเกี่ยวกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามีของตนในทางชู้สาว อันจะนำความเดือดร้อนและความเสื่อมเสียมาสู่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล

ประการที่ 4 รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้     หมายถึง การรู้จักใช้เงินให้เป็นประโยชน์ รู้จักเก็บออม    

ประการที่ 5 ขยันและไม่เกียจคร้าน  หมายถึง ความขยันในกิจการงานที่ตนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบด้วยดี  และ ไม่เกียจคร้าน ไม่เอาแต่กิน เอาแต่นอน หรือเอาแต่เที่ยว

สำหรับอานิสงส์ของการสงเคราะห์สามีและภรรยานั้น มีอยู่หลายประการ เช่น ความรักจะยั่งยืนมั่นคง ไม่มีภัยอันจะเกิดแก่ครอบครัว ทั้งภัยภายในและภัยจากภัยนอก มีความปรองดองกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน  ทำให้ครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญ เป็นต้น ฉะนั้นหากสามีและภรรยารู้จักหน้าที่ของตนแล้ว การใช้ชีวิตคู่ก็จะเป็นสุข  

 

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก : พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค สิงคาลกสูตร http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=11&A=3923&Z=4206

เครดิตภาพ : Napapawn


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นภาพร เครือชัยสุ