เผยภาพ"พระองค์หญิงสิริวัณณวรี"เจ้าหญิงดีไซเนอร์ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI

Publish 2017-09-07 16:38:21



หากย้อนกลับไปเมื่อเวลา 20.05 น. ของวันที่ 15 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ.รอยัลพารากอน ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเผยโฉมคอลเล็กชั่นทรงออกแบบ สปริง/ซัมเมอร์ 2017 ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’HOMME

เรื่องราวแห่งความรักของชายหญิงคู่หนึ่งจากการเดินทางในท้องทะเลอันไกลโพ้นราวเทพนิยาย ที่เปี่ยมด้วยความทรงจำ ความโรแมนติก และความโศกเศร้า ภายใต้ท้องนภาอันกว้างใหญ่ซึ่งโอบล้อมไป ด้วยประกายแห่งแสงจันทร์ ดวงดาวที่พร่างพราย และเส้นขอบฟ้าที่ไม่รู้จบ
อันเป็นบทพระนิพนธ์ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างเสื้อผ้าที่ดูเฟมีนีน งานปักชั้นครู ไปจนถึงลายกราฟิกฝีพระหัตถ์ โดยมีเซเลบริตี้ เหล่าดีไซเนอร์ระดับประเทศ และสื่อมวลชนร่วมชมกันอย่างคับคั่ง

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI รับสั่งว่า “ข้าพเจ้าได้ประพันธ์กลอนไว้หนึ่งบท เป็นเรื่องราวความรักระหว่างคนและเทพธิดาแห่งท้องทะเล หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาตีความเป็นแฟชั่นในคอลเล็กชั่นสปริงซัมเมอร์นี้

ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเสื้อที่มีความพลิ้วไหวและอ่อนหวาน เทคนิคการตัดเย็บที่ทำให้เสื้อมีความเป็นเฟมินีนขึ้นไปอีก งานปักที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด รวมไปถึงการนำสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งภาพจักราศรี พระจันทร์ ดวงดาว ม้าน้ำ เข็มทิศ ปะการัง เปลือกหอย ลายทางกะลาสี แมงกะพรุน ฯลฯ มาแสดงถึงจินตนาการของข้าพเจ้าเพื่อให้ทุกท่านเข้าใจถึงคอนเซ็ปท์ของคอลเล็ชั่นล่าสุดนี้”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่งต่อว่า “สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ ถ้าดูอย่างผิวเผินก็จะดูเหมือนว่าเสื้อผ้านั้นเรียบง่ายมาก แต่ถ้าดูอย่างละเอียดหรือได้สัมผัสเนื้องาน จะรู้เลยว่าโครงเสื้อและแพทเทิร์นเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายนั้นซ่อนเทคนิคที่ซับซ้อนและรายละเอียดอันหลากหลาย อาทิ เทคนิคการจับเดรปผ้าเจอร์ซี่ย์แบบเทพธิดากรีก (Greek Goddess drapery) เทคนิคการพิมพ์ผ้าแบบ Wood Cut ตามแบบฉบับของญี่ปุ่น ซึ่งข้าพเจ้าใช้เวลาทำนับเดือน”

สำหรับคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าทรงออกแบบสำหรับสุภาพสตรีประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2017 ประกอบด้วยเสื้อผ้าทั้งสิ้น 54 ลุกส์ แบ่งเป็นเสื้อผ้าสุภาพสตรี 48 ลุกส์ และเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ 6 ลุกส์ มีความโดดเด่นที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่โครงสร้างเสื้อผ้าแบบไม่สมมาตร (Asymmetrical) ที่เห็นได้จากชุดเดรสคล้องคอ (Halter Neck Dress) ผ้าเจอร์ซี่ย์ที่จับเดรปเฉลียงไปมาแบบเทพธิดากรีก โครงสร้างชุดเดรสที่ช่วงกระโปรงเป็นแบบฟลามิงโก้จับพลีตเน้นวอลลุ่มของกระโปรง ไปจนถึงไบเกอร์โค้ตที่ปักลูกปัดระยับเข้าคู่กับเสื้อท็อปผ้าบุหงาซีทรูและกางเกงเดนิมไบเกอร์ขาดๆ (Distressed Biker Jeans) เพื่อสร้างความขัดแย้ง

สิ่งพิเศษที่เห็นได้ชัดเจนในคอลเล็กชั่นนี้ คืองานปักจากช่างฝีมือชั้นครู ทีมช่างปักของแบรนด์ SIRIVANNAVARI เอง โดยนำเสนองานปักหลายรูปแบบบนเสื้อผ้าหลากสไตล์ อาทิ งานปักลูกปัดคริสตัลระยับรูปดาวบนไบเกอร์โค้ต การปักบทกลอนและสัญลักษณ์แห่งท้องทะเลบนผ้าบุหงา (ผ้า Tulle) ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความประณีตสูง

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่โดดเด่นของแบรนด์ SIRIVANNAVARI คือลายพิมพ์ภาพกราฟฟิกทรงออกแบบ ในซีซั่นนี้ องค์ดีไซเนอร์ไทรงออกแบบลายพิมพ์ที่ถ่ายทอดจินตนาการของบทกลอนพระนิพนธ์ที่เกี่ยวกับความรักของชายหญิงคู่หนึ่งจากการเดินทางในท้องทะเล ดังนั้นภาพกราฟิกจะเป็นรูปภาพของคลื่นทะเล ท้องฟ้า พระจันทร์ ดวงดาว สัตว์ต่างๆ ในท้องทะเล ลายกะลาสี และภาพสัญลักษณ์จักราศรี

นอกจากนี้ยังทรงนำเทคนิคการพิมพ์ผ้าแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า Wood Cut มาใช้อีกด้วย เทคนิคดังกล่าวพระองค์หญิงทรงนำแท่นพิมพ์ไม้มาแกะสลักให้เป็นลายภาพ หลังจากนั้นจึงทรงพิมพ์ภาพลงไป เทคนิคนี้จะให้สัมผัสของภาพพิมพ์ที่แตกต่างออกไป โดยพระองค์หญิงทรงออกแบบลายพิมพ์แบบ Wood Cut ถึง 3 ลายด้วยกัน ได้แก่ ท้องฟ้าและคลื่น คลื่นทะเล และดวงดาวกับนกยูง



ขณะเดียวกันยังนำเสนอคอลเล็กชั่นเครื่องประดับจิวเวลรี่ที่ดูวิจิตรตระการตาภายใต้ธีมคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าด้วยเช่นกัน ดังเห็นได้จากสร้อยประดับอัญมณีรูปดาว พระจันทร์ ม้าน้ำ แหวนลงยาสัญลักษณ์ตัว S ประดับมุขและลาปิส (Lapis) ต่างหูรูปพระจันทร์เสี้ยว ต่างหูเปลือกมุก และ Ear Cuff รูปดาว ไปจนถึง Hand Cuff ลงยา ไฮไลท์ของคอลเล็กชั่นเครื่องประดับคงหนีไม่พ้นเทียร่าโลหะทองรูปดาวและพระจันทร์ประดับมุกพร้อมหวีสับทองในดีไซน์เดียวกัน สร้อยโชกเกอร์โลหะทองรูปดาว ตกแต่งด้วยโซ่ทองระย้า รวมถึงสร้อยสังวาลย์คล้องลำตัวที่ทำจากไข่มุกและโลหะทองรูปปะการัง

สำหรับคอลเล็กชั่นเครื่องหนังในซีซั่นนี้เน้นกระเป๋าคลัทช์ที่คัดสรรวัสดุหลากหลายมาตัดเย็บตั้งแต่ผ้าคอตตอนเดนิมลายทางขาว หนังลิซาร์ด (Lizard) หนังจระเข้ และหนังวัวพิมพ์ลายกราฟิก โดดเด่นด้วยการประดับโซ่ทองระย้า หมุดโลหะทอง มุก และการปักโลโก้ลายนกยูง
ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหนังดำที่โดดเด่นด้วยลายปักสัญลักษณ์นกยูงและตกแต่งด้วยมุกน้ำจืดหลากสีหลายขนาดและโซ่ทอง กระเป๋าโพเช็ทต์ (Pochette) ที่ตัดเย็บด้วยหนังลิซาร์ดผสมหนังจระเข้สีแดงและประดับด้วยโลหะรูปปะการังและมุกทอง อีกทั้งกระเป๋าคลัทช์ยูนิเซ็กส์ (Unisex) ลายทางกะลาสี (Marine Stripe)

ในขณะที่คอลเล็กชั่นรองเท้าดูลำลองโปร่งสบายด้วยรองเท้าสานที่นำเชือกมาขดเป็นโครง มีทั้งส้นแบนและส้นเวดจ์ (Wedge shoes) ที่ดูสวยงามด้วยการประดับมุกในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งยังมีความพิเศษที่ส้นเวดจ์ที่มีลายพิมพ์ภาพสัตว์น้ำและท้องทะเล
เพื่อความสมบูรณ์ของคอลเล็กชั่น องค์ดีไซเนอร์ทรงออกแบบคอลเล็กชั่นชุดว่ายน้ำซึ่งทำให้ผู้สวมใส่เพิ่มความเซ็กซี่ด้วยโครงสร้างแบบ Cut Out อวดเรือนร่างของหญิงสาว และเพิ่มความมีระดับด้วยการประดับคริสตัลสวารอฟสกี้สีสั่งทำพิเศษเฉพาะ อีกทั้งยังมีเสื้อคลุมอาบน้ำเพื่อไลฟ์สไตล์ที่โก้หรูสำหรับทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี

นอกจากคอลเล็กชั่นของสุภาพสตรีแล้ว ในซีซั่นนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ยังทรงออกแบบคอลเล็กชั่นสำหรับสุภาพบุรุษภายใต้แบรนด์ S’Homme (เอส ออม) อีกด้วย โดยสไตล์ของเสื้อผ้าสุภาพบุรุษนั้น มีความโก้หรูและโมเดิร์น
นอกจากพระปรีชาสามารถในด้านแฟชั่นแล้ว ในปีนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ยังแสดงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี โดยทรงนิพนธ์บทเพลงสำหรับคอลเล็กชั่นนี้ บทเพลงพระนิพนธ์ SERENITY พระองค์หญิงนิพนธ์ทั้งคำร้องซึ่งมาจากบทกวีพระนิพนธ์ 3 บท

เป็นเรื่องราวของความปรารถนา ความรัก การรอคอย และกาลเวลา ที่ผูกร้อยแรงบันดาลใจของ Sirivannavari Spring/Summer 2017 Collection ด้วยบรรยากาศท้องทะเล ความรัก และความสงบ ซึ่งพระองค์หญิงทรงถอดคำจากบทกวีพระนิพนธ์มาร้อยเรียงใหม่ เพื่อทรงนำมาเรียบเรียงทำนองและเสียงประสาน โดยพระองค์หญิงทรงเป็น Creative director สำหรับบทเพลงพระนิพนธ์ด้วย

บทเพลงพระนิพนธ์นี้อยู่ในรูปแบบซิมโฟนี ออเครสต้า บรรเลงโดยวง RBSO (Royal Bangkok Symphony Orchestra) แบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ จุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่อง ตามด้วยเสียงของเขาต่อด้วยความปรารถนาจากเสียงของเธอ และปิดท้ายด้วยบทสรุป “ในความสงัดเงียบ ณ ห้วงเวลาอันเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอม ณ ที่นั่น ความรัก ยังคงเป็นอมตะ และจะยังคงดำรงอยู่เช่นนั้น ในความสงัดเงียบ”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่งปิดท้ายว่า “บทสรุปของบทประพันธ์นี้คือความรักระหว่างชายหนุ่มธรรมดากับเทพธิดาย่อมฝืนความเป็นจริงไปไม่ได้ ทั้งคู่ต่างต้องยอมรับยถากรรม เมื่อชายหนุ่มนั้นต้องหมดลมหายใจตามอายุขัยของมนุษย์ปุถุชน ในขณะที่ดวงใจของเทพธิดาก็ดับสิ้นตามเช่นกัน หากดวงใจที่แตกสลายนั้นยังคงอยู่ในร่างของนางที่ไม่มีวันดับสูญ”

หลังจบการแสดงโชว์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จยังกลางรันเวย์เพื่อทักทายผู้ชม ทันทีที่ปรากฏพระองค์เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วรอยัล พารากอน ฮอลล์ ทรงโบกพระหัตถ์ให้ผู้ชมที่มาร่วมงาน สร้างความประทับใจให้กับทุกคนมาก
ร่วมชมคอลเล็กชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2017 แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’HOMME ได้ที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน



นอกจากนี้ในเพจ Sirivannavari Bangkok ได้เผยแพร่ข้อความที่ระบุว่า ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพ “เจ้าหญิงดีไซเนอร์” กับนิทรรศการเครื่องประดับที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยรวบรวมผลงานตั้งแต่คอลเลคชั่นปี 2004-2017 รวมไปถึงภาพถ่ายและภาพฝีพระหัตถ์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับครั้งที่ 60 (60th Bangkok Gems and Jewelry Fair) 6-10 กันยายน 2560 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 10.00-18.00 #60thBGJF #60thBKKGems #montreepr
(ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด)


ขอขอบพระคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : Sirivannavari Bangkok และ เพจ H.R.H. Princess Sirivannavari Nariratana



เรียบเรียงโดย

ธราวุฒิ ฤทธิอักษร


Suggess News

Recommend News