ส.ค. เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ย้อนรำลึกในหลวงร.9-พระราชินี เสด็จฯ ประทับวังไกลกังวล พระราชดำรัสแก่ปวงชน ครั้งเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.

Publish 2018-08-04 07:46:17



ย้อนกลับไปช่วงเดือน สิงหาคม 2556 เป็นอีกหนึ่งวันที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อพสกนิกรทั้งหลายได้ทราบข่าวการเสด็จพระราชดำเนินออกจาก โรงพยาบาลศิริราช ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล ประชาชนรวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วนต่างเตรียมพร้อมรับเสด็จ โดย วันที่ 31 ก.ค. นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากสำนักพระราชวังถึงการเสด็จพระราชดำเนินของทั้งสองพระองค์ จึงรีบสั่งการเตรียมความพร้อมของจังหวัดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ ประดับธงชาติ  ธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ทั้ง 2 พระองค์  บริเวณเกาะกลางถนนเพชรเกษม ตั้งแต่ท่าอากาศยานหัวหิน ถึงบริเวณหน้าพระราชวังไกลกังวล โดยกำหนดการเวลาเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช ในเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 1 ส.ค. 

1 สิงหาคม 2556 บรรยากาศ ที่โรงพยาบาลศิริราช คึกคักมาก หลังประชาชนทราบข่าวการเสด็จพระราชดำเนิน ไปประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพสกนิกรจำนวนมากได้เดินทางเข้าจับจอง พื้นที่ ทั้ง 2 ข้างทางถนน ที่ทั้ง 2 พระองค์ จะเสด็จพระราชดำเนินผ่าน เพื่อเฝ้ารับเสด็จ ซึ่งต่างก็สวมเสื้อสีสันสดใส และมีการถือพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้ง 2 พระองค์ด้วย พร้อมทั้งธงสัญลักษณ์ประจำพระองค์และธงชาติไทย ที่มีข้อความทรงพระเจริญ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ร.9 ทรงอยู่ในฉลองพระองค์สูทสีส้มอ่อน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอยู่ในฉลองพระองค์ผ้าไหมสีฟ้าลายดอกไม้ ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พระพักตร์แจ่มใสทั้งสองพระองค์ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่มาเฝ้าส่งเสด็จอย่างเนืองแน่นตลอดสองข้างทางเสด็จตั้งแต่ด้านหลังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ผ่านตึกอานันทราช เลี้ยวขวาผ่านตึกสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช หอประชุมราชแพทยาลัย ตึกอำนวยการ และเสด็จพระราชดำเนินออกทางประตูท่าเรือวังหลัง โดยรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ เพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด

 

 


 



5 ปีผ่านพ้นแต่ความทรงจำและความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย ที่มีต่อราชวงศ์จักรีไม่เคยเสื่อมคลาย และนอกจากที่สำนักข่าวทีนิวส์จะได้ย้อนรำลึกถึงความทรงจำเมื่อห้าปีที่แล้ว เราจะไปทำความรู้จัก “วังไกลกังวล” สถานที่แห่งความหลัง และชื่อที่คุ้นหูมานานของพสกนิกรชาวไทยให้มากยิ่งขึ้น

“วังไกลกังวล” สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.7) โปรดเกล้าฯ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่ ให้สร้างขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2469 เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดย หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ผู้อำนวยการศิลปากรสถานในขณะนั้นเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง เพื่อใช้งานในการแปรพระราชฐานมาพักในจังหวัดริมทะเล โดยรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า สวนไกลกังวล และประทับตราสัญลักษณ์ของวังเมื่อ พ.ศ. 2472

 

 

 

พื้นที่ภายในวังไกลกังวลประกอบด้วยพระตำหนักและอาคารประกอบหลายอาคาร เช่น พระตำหนักเปี่ยมสุข เป็นพระตำหนักตึกแบบสเปนสูงสองชั้นพร้อมทั้งหอสูง เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และยังเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ยังมี พระตำหนักน้อย พระตำหนักปลุกเกษม พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีย์ ศาลาเริง และ ศาลาราชประชาสมาคม สำหรับให้ข้าราชการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทได้โดยไม่ต้องเสด็จฯ กลับกรุงเทพฯ เช่น พิธีพระราชทานกระบี่ของนักเรียนนายร้อยในปี พ.ศ. 2556 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามว่า "ศาลาราชประชาสมาคม" ซึ่งหมายถึง พระมหากษัตริย์และประชาชนเกื้อกูลระหว่างกัน เพื่อใช้ในการเสด็จออกมหาสมาคมในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในต่างจังหวัดและในวังแห่งนี้ เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังใช้ประกอบพิธีและพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ได้หลายครั้ง

 

 


 



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯ แปรพระราชฐานประทับที่วังไกลกังวลในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ของทุกปีเพื่อจะทรงติดตามงานในโครงการส่วนพระองค์ต่างๆ ในพื้นที่แถบนี้

วันที่ 5 ธันวาคม 2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 เสด็จออกมหาสมาคมนอกพระนครครั้งแรก และนับเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 มีพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทยในการพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ในศุภวาระเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

 

 

"ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอแสดงสนองพร และไมตรีจิตทั้งนั้น ด้วยใจจริงเช่นกัน บ้านเมืองของเราเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความปึกแผ่นในชาติ และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ คนไทยทุกคนจึงควรจะตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม คือ ความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นตลอดไป"

5 ธันวาคม วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ พระองค์สถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยตราบนิรันดร์

 

 



เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน