ดูดนาน..!! "ณัฐวุฒิ" นำทีม นปช.เคารพ "สมพร รักหวาน" ตำนานนักสู้ผู้กล้า หวังเลือกตั้ง ก.พ.62 ชี้ 4 ปี นานเกินพอ กับการมีอำนาจด้วยวิธีพิเศษ!?

Publish 2018-05-15 14:34:29



“ณัฐวุฒิ”ชี้กระแสดูดนานไปจนถึงการเลือกตั้ง-ชี้ 4 ปีปฏิรูปเป็นพียงวาทกรรมเพื่อล้มรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” –ย้ำหากผลโพลระบุประชาชนต้องการ “บิ๊กตู่”เป็นนายกต่อควรเร่งจัดการเลือกตั้งคาดหวังเลือกตั้ง ก.พ.62 –ปชป.ชู “ชวน”เหมือน “มหาธีร์”มาเลเซียเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งแต่ย้ำต้องเคารพกติกา

                 (15 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 พ.ค.) ที่วัดสวนป่าน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์  อดีตประธาน นปช. เดินทางมาเป็นประธานในพีสวดพระอภิธรรมศพนายสมพร รักหวาน  นัดจัดรายการวิทยุชื่อดังและนักตอสู้เพื่อประชาธิปไตยที่เสียชีวิตเนื่องจากไตวายเฉียบพลันเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา โดยมีแกนนำ นปช.และอดีตรัฐมตรีและอดีต ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทย อาทินายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พล.ต.ท. ชัจจ์ กุลดิลก  นายอารีย์ ไกรนรา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ  เป็นต้นเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

 

 

 

 


”ณัฐวุฒิ” นำทีม นปช.เคารพ“สมพร รักหวาน”

หลังการสวดพระอภิธรรมศพเสร็จสิ้นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการต่อต้านการดูด ส.ส.ของผู้มีอำนาจว่าผมคิดว่าเรื่องที่เป็นกระแสและมีการตั้งข้อสังเกตเป็นเรื่อที่คงจะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยยังคงมั่นใจว่าในที่สุดประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย จึงขอให้มองสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาว่าคณะผู้มีอำนาจและได้อำนาจมาจากการรัฐประหารเขามีแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง แต่ถึงที่สุดผมยังเชื่อมั่นในประชาชนโดยมาถึงยุคนี้ไม่มีใครที่จะเดินเกมเหนือเมฆเกนกว่าสายคาและการรับรู้ของประชาชนที่จะเข้าใจได้ ผมคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมาทำให้คำว่าปฏิรูป ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายในด้านบวกและเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการให้เกิดเป็นรูปธรรมในการปฏิรูปหลาย ๆ ด้าน แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาค่าปฏิรูปเป็นเพียงวาทะกรรมทางการเมืองที่ใช้เพื่อการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดหนึ่งเท่านั้น หลังจากรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพ้นไปแล้วมาจนถึงบัดนี้เรากังไม่เห็นความชัดเจนว่าการปฏิรูปมีความสำเร็จหรือบรรลุขั้นตอนใดไปแล้วบ้าง

                “การอธิบายความในเรื่องนี้ของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ผมคิดว่าเห็นภาพชัดเจนที่สุด เพราะการที่จะรู้ว่าบ้านที่กำลังสร้างคืบหน้าไปถึงไหน ประกาศใด หรือมีปัญหาอุปสรรคตรงไหนไม่มีใครบอกได้ชัดเท่ากับผู้รับเหมา  คุณบวรศักดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งมนผู้รับเหมาร่างกฎหมายให้กับคณะผู้มีอำนาจชุดปัจจุบันอธิบายรูปธรรมของการปฏิรูปว่า 4 ปีมีแต่แผนและไม่ทราบว่าจะประสบความสำเร็จได้เมื่อไหร่ อย่างไร  นี่คือคำตอบสุดท้ายที่สังคมไทยต้องทำความเข้าใจร่วมกันให้ได้ ผมยังคาดหวังว่าหลายเรื่องที่เป็นข้อจำกัด หรือเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไจในบ้านเมืองนี้คงจะเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปได้แต่การปฏิรูปนั้นต้องเกิดจากมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงเท่านั้น ได้เกิดจากคณะผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้  ส่วนที่คิดว่าอาจจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้นั้นผมไม่คิดอย่างนั้นเพราะผมเชื่อว่าคนไทย ต่างรอวันเลือกตั้งซึ่งผู้ที่จะให้ความชัดเจนได้มากที่สุดคือคณะผู้มีอำนาจ โดยผมยังหวังใจว่าในเดือน ก.พ. 2562 น่าจะมีการเลือกตั้งกันจริง ๆ ตามที่ผู้มีอำนาจประกาศเอาไว้ เพราะหากลากดึงให้ล่าช้าออกไปสถานการณ์ที่เป็นอยู่ก็จะไม่มีอะไรดีขึ้น และสุดท้ายคณะผู้มีอำนาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะ 4 ปีมันนานเกินพอแล้วครับสำหรับการเข้ามามีอำนาจด้วยวิธีพิเศษ น่าจะคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชนได้ตัดสินใจอนาคตประเทศของเขา”

                ต่อข้อถามว่าจะมีการปฏิวัติรัฐประหารซ้อนหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าตนภาวนาว่าอย่าให้มีเลยครับแม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้อำนาจของผู้มีอำนาจชุดนี้หมดไป แต่ผมคิดว่าการจะจัดการกับสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้องจะต้องจัดการด้วยวีการที่ถูกต้องเท่านั้น เราไม่สามารถที่จะใช้การรัฐประหารเพื่อลบรอยอำนาจรัฐประหารชุดที่ผ่านมาได้ การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายควรจะเกิดตามกระบวนการประชาธิปไตย โยเมื่อมีการเลือกตั้งผลปรากฏออกมาเป็นอย่างไรทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้มีอำนาจจะต้องยอมรับการตัดสินใจของประชาชน ดังนั้นรัฐบาลและ คสช.จะต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะจะทำปฏิรูป หรือทำเรื่องใดอยู่ 4 ปีที่ผ่านมามันนานเกินพอและถ้านานไปกว่านี้มันอาจจะนานเกินไปถ้าท่านมีแนวทางที่จะตั้งพรรคการเมืองเพื่อจะอยู่ในอำนาจต่อไปก็ควรจัดให้มีการเลือกตั้งและกล้าที่จะรับฟังการตัดสินใจของประชาชน โดยเฉพาะที่มีผลโพลออกมาระบุว่าส่วนใหญ่ประชาชนยังต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ถ้าโพลระบุออกมาอย่างนั้นก็ควรจะรีบจัดการเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสินใจเพราะมันน่าจะอธิบายการเข้าสู่อำนาจต่อไปได้ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าวันนั้นประชาชนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงทางการเมืองมามากเกินพอ และสิ่งที่ประชาชนอย่างเห็นคือทิศทางของประเทศในการเดินไปสู่กระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

”ณัฐวุฒิ” นำทีม นปช.เคารพ“สมพร รักหวาน”


ผู้สื่อข่าวถามว่าในขณะนี้ประเทศมาเลเซีย ‘มหาธีร์ มูฮัมหมัด’ ชนะการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยพรรคประชาธิปัตย์จะหันมาชูนายชวน หลีกภัย คิดว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวตอบว่าในวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอตัวเป็นทางเลือกของประชาชน  เพราะประชาชนไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องอายุ หรือช่วงเวลาที่อยู่ในเวทีทางการเมือง แต่ประชาชนเขาจะตัดสินใจเองว่า หลักการ จุดยืนและอุดมการณ์ทางการเมืองของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด เป็นแบบไหน มีผลงานมีนโยบายที่จะฝากความหวัง ความเชื่อมั่นไว้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นจะเป็นคุณชวน หรือใครก็ตามผมไม่ปฏิเสธและจะยินดีอย่างยิ่งถ้าบุคคลพร้อมที่จะประกาศตัวให้ประชาชนเลือกอย่างตรงไปตรงมาและเคารพกติการ่วมกัน

                นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าในวันนี้เรื่องที่ควรจะดำเนินการแก้ปัญหาควบคู่ไปกับปัญหาทางการเมืองคือเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชนที่เป็นความสำคัญอันดับหนึ่งที่รัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนก็ตามต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้  ผมเห็นตัวเลขที่ฝ่ายเศรษฐกิจรัฐบาลนี้แถลงออกมาว่าหลาย ๆเรื่องไม่ว่าการส่งออก การลงทุน หรือเรื่องต่าง ๆ ที่อธิบายว่าเป็นตัวเลขในทางบวกแต่จากการที่ผมสัมผัสกับประชาชนคนระดับล่าง  คนหาเช่ากินค่ำ คนเดินดิน กินข้างแกงทั่ว ๆ ไป ผมรับรู้มาตลอดว่าสภาพชีวิตกำลังยากลำบาก การประกอบอาชีพ ทำมาหากินกำลังฝืดเคืองต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้วเรื่องนี้จึงยังเป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าหากประเทศมีการเลือกตั้ง กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้าได้ก็น่าจะเป็นโอกาสในการแก้ไขคลี่คลายวิกฤติทางเศรษฐกิจ ปากท้องของชาวบ้านได้  ผมคิดว่าประชาชนจำนวนมากมีความคาดหวังในการเลือกตั้งว่าน่าจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไปในทางที่ดีได้ ดังนั้นการที่ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่บอกว่าเศรษฐกิจกำลังดีผมก็รับฟัง แต่อยากจะบอกว่าสิ่งที่ประชาชนเขาสะท้อนมาให้ได้ยินได้รีบรู้นั้นมันตรงกันข้ามกับการยืนยันองรัฐบาลนี้ 

                ต่อข้อถามที่ว่าโพลระบุว่าประชาชนต้องการนักการเมืองจากพรรคการเมืองใหม่ และไม่ต้องการพรรคเก่า ๆ ท่านคิดว่าอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าการมีพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือนักการเมืองเก่ารวมตัวกันตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาก็ตามล้วนเป็นเรื่องงดงามในระบอบประชาธิปไตย และหากประชาชนบอกว่าพรรคใหม่ฝากความหวังไว้ได้และตัดสินใจเช่นนั้น  พรรคเก่าๆ ก็ต้องยอมรับและปรับปนุงพัฒนาตัวเองให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไป  ตนมองว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่พรรคใหม่หรือพรรคเก่า แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ประเทศไทยควรเดินไปในทางเก่าอีกต่อไปแล้ว เราควรจะเลือกเส้นทางใหม่คือเส้นทางที่ให้กระบวนการประชาธิปไตยแก้ปัญหาของตัวเองแล้วรักษาระบบเอาไว้ให้ได้ ไม่ใช่พอเกิดปัญหาก็หาข้ออ้างมาทำลายระบบจนทำให้เราต้องย่ำเท่าอยู่กับทางเก่าตลอดในหลายปีที่ผ่านมา

                “ส่วนปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ว่าจะเป็นอำนาจรัฐแบบไหนจำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไข  แต่หากมีการเลือกตั้งจะทำให้กลไกในการตรวจสอบทำงานได้จริง เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนกว่า แม้ว่าการเลือกตั้งไม่สามารถทำลายการทุจริตคอรัปชั่นได้ แต่การเลือกตั้งจะเปิดเวทีการตรวจสอบให้กว้างขึ้จน จับต้องได้มากขึ้นและจะทำให้สิทธิ์เสียงของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจที่แท้จริงสัมผัสกับอำนาจรัฐได้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน”  นายณัฐวฒิ กล่าวย้ำในที่สุด.

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.นครศรีธรรมราช

 




Recommend News