อนาถใจ ประกันสังคม บัตรทอง รีบอ่าน ได้ที่รักษาเพิ่ม

Publish 2018-01-14 14:53:52



จ่ายเงินทุกเดิอนไปทำไม ทิ้งบัตรประกันสังคม ไปถือ บัตรทอง ดีกว่า 

 ข่าวดีสำหรับผู้ถือบัตรทองกว่า 48 ล้านคน สปสช.หาสถานพยาบาลมาเพิ่มให้อีก  รวมทั้งคลีนิคฟอกไตอีก 9 แห่ง และทำฟันอีก 4 แห่ง มีคลินิกเวชเวชกรรม 2 แห่ง ปัจจุบันมีหน่วยบริการในระบบบัตรทองทั้งสิ้น 12,109 แห่ง 
 ขณะที่ในปีนี้หน่วยงานประกันสังคม มีโรงพยาบาลขอถอนตัวออกจากระบบ 3 แห่ง นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  มีโรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี และโรงพยาบาลศรีระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่โรงพยาบาลเอกชนจะขอถอนตัว แต่เพื่อให้จัดหาโรงพยาบาลอื่นมารองรับผู้ป่วยได้ทัน จึงเตรียมเสนอบอร์ดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ปรับแก้หลักเกณฑ์ให้โรงพยาบาลต้องแจ้งถอนตัวล่วงหน้า อย่างน้อย 1 ปี นอกจากนั้น ประกันสังคม ยังมีแผนจะเรียกเก็บเงินสมทบเพิ่มจากสมาชิกกองทุนด้วย แต่ถูกระงับไว้ก่อนเพราะมีเสียงค้านมาก
 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า  มีโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งเป็นหน่วยบริการรับ-ส่งต่อจากคลินิกชุมชนอบอุ่น อีก 3 แห่ง เตรียมถอนตัวจากระบบประกันสังคม ได้แก่ โรงพยาบาลบางนา 1 โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา และโรงพยาบาลวิภาราม ปากเกร็ด ซึ่งจะมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1 แสนคน



ด้าน สปสช. ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่าการดูแลผู้มีสิทธิ์กว่า 48 ล้านคน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  บัตรทองได้จับมือร่วมกับหน่วยบริการประเภทต่างๆ เพื่อขยายการรองรับดูแลผู้มีสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีหน่วยบริการที่เข้าใหม่ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ดังนี้
 
หน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ 1.ฤทธิเวชสหคลินิก จ.นนทบุรี 2.เอพีเอส คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมไตเทียม จ.นนทบุรี 3.บางใหญ่ไตเทียม คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไต จ.นนทบุรี 4.ชลเวช คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางไตเทียม จ.ปทุมธานี 5.คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไตศาลายา จ.นครปฐม 6.สหคลินิกไตเทียมดีเดย์รีนัลแคร์ จ.มหาสารคาม 7.คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไต นพ.พิสิษฐ์ จ.อุบลราชธานี 8.คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางอำนาจเจริญไตเทียม จ.อำนาจเจริญ และ 9.คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมไตเทียมในเมือง จ.ภูเก็ต
หน่วยบริการปฐมภูมิ จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.บ้านภูเพ็ก จังหวัดสกลนคร หน่วยบริการภาครัฐ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิภายใต้หน่วยบริการประจำโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นอาจาโร
 หน่วยบริการร่วมให้บริการด้านทันตกรรม พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.ประภัศร์คลินิกทันตกรรม 2.คลินิกทันตกรรมสตอรี่เดนทัลโฮม 3.คลินิกทันตกรรมบ้านหมอเม และ 4.คลินิกวีระชัยทันตแพทย์ 



หน่วยบริการร่วมให้บริการด้านเวชกรรม พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.เอ็มดีสหคลินิก และ 2.เอกชัยเวชการคลินิก
ขณะที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครนนทบุรีที่ 6 จ.นนทบุรี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดิมเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอยู่แล้ว และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอีกประเภทหนึ่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไปเช่นกัน
 ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนในระบบทั้งสิ้นจำนวน 12,109 แห่ง เป็นหน่วยบริการของรัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 11,054 แห่ง, หน่วยบริการของรัฐนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 134 แห่ง, หน่วยบริการเอกชน 509 แห่ง, หน่วยบริการรัฐพิเศษ อาทิ สังกัด กทม., เทศบาลเมืองพัทยา 22 แห่ง และหน่วยบริการรัฐสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 390 แห่ง  
 “ตลอดทั้งปี สปสช.จะมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมหน่วยบริการ เพื่อมุ่งดูแลประชาชน ไม่เพียงแต่ให้ได้รับบริการอย่างครอบคลุมและทั่งถึง แต่ยังเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการใช้สิทธิ์ด้วย ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดในการรับบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่านสายด่วนบัตรทอง 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช.กล่าว 
 
 


เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง