คืบหน้าปิคอัพเลือดเย็น..!! กรณี จยย.ชนกัน แท็กซี่เฉี่ยวซ้ำ ปิคอัพเหยียบเละที่ศรีสะเกษ ล่าสุด! จนท.รู้ตัวคนขับแล้ว..(คลิปเหตุการณ์)

Publish 2018-01-13 19:28:17



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากกรณีที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์  2 คัน  ชนกันที่บริเวณสี่แยก ธกส.อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมีชายสวมเสื้อสีเขียวเป็นคนขับได้ขับรถออกมาจากถนนคูเมือง 3 เพื่อจะเลี้ยวข้ามไปยังถนนคูเมือง 1 ที่อยู่ตรงข้ามกันและรถจักรยานยนต์ได้จอดอยู่กลางถนน ทันใดนั้น ได้มีรถ จยย.คันหนึ่งมีชาย 2 คนซ้อนกันมา ได้พุ่งชนรถ จยย.ที่รอเลี้ยวอย่างจัง ทำให้รถ จยย.พุ่งเข้าไปในเลนขวามือและมีรถแท็กซี่วิ่งสวนมา จึงได้ชนรถ จยย.ที่กำลังพี่งไถลไปตามถนนอย่างจังทำให้รถ จยย.ถูกชนกระเด็นกลับมาทางชายคนที่สวมเสื้อสีเขียวที่ถูกชนนอนอยู่กลางถนน รถ จยย.ที่ถูกแท็กซี่ชนได้กระเด็นไปชนรถ จยย.ที่ล้มคว่ำอยู่ ขณะที่ชายวัยรุ่นที่นั่งซ้อนรถ จยย.มาด้วย ได้รับบาดเจ็บเล้กน้อยได้เข้าไปดูอาการของคนขับรถ จยย.ที่ถูกรถแท๊กซี่ชน โดยได้ทำการปั้มหัวใจ แต่ปรากฏว่าได้รถยนต์ปิคอัพสีแดงคันหนึ่งขับมาตรงที่คนเจ็บนอนอยู่และกำลังมีการปั้มหัวใจ ชายวัยรุ่ยพยายามยกมือโบกเตือนให้ทราบว่ามีคนเจ็บนอนอยู่ แต่รถปิคอัพได้เหยียบซ้ำและลากคนเจ็บไปไกลประมาณ 5 เมตร ชายวัยรุ่นได้กระโดดหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด โดยคนขับรถปิคอัพได้ลงมาจากรถมาดูเมื่อพบว่า มีศพติดอยู่ใต้รถ ได้ขับรถถอยหลังเพื่อให้ศพหลุดออกจากใต้ท้องรถ จากนั้น ได้ขับรถหลบหนีไปทันที  เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.45 น.วันที่ 11 ม.ค.61 ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน คือนายอนุชิต หรือแบ็งค์ บาลิศรี อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย. และมีนายพันธวัช หรือคิม นามโคตร อายุ 15 ปี นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาด้วย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย  และชายสวมเสื้อสีเขียวได้รับบาดเจ็บ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

 



ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้  เมื่อวันที่  13  ม.ค.61  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่  สภ.ขุขันธ์  จ.ศรีสะเกษ  ร.ต.อ.บุญลักษณ์  เหลี่ยมแก้ว  พนักงานสอบสวน  สภ.ขุขันธ์  ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้  โดยได้เรียกนายประวิทย์  จันทร์คอย  อายุ  39  ปี  อยู่บ้านเลขที่  53  หมู่  1  บ้านท่าบ่อ  ต.แจระแม  อ.เมือง  จ.อุบลราชธานี  ซึ่งเป็นชายที่สวมเสื้อสีเขียวขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง  ตามคลิปภาพที่มีการแชร์ไปอย่างกว้างขวางในโลโซเซี่ยล  ซึ่งนายประวิทย์ให้การว่า  ตนมีอาชีพเป็นช่างปูน  โดยก่อนเกิดเหตุ  ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์  ยี่ห้อฮอนด้า  สีน้ำเงิน  รุ่นเวฟ  100  หมายเลขทะเบียน  ขตง  551  อุบลราชธานี  ออกมาจากบ้านพักบริเวณก่อสร้าง เพื่อที่จะไปหาซื้อปลากระป๋องมาเป็นอาหาร  และขณะที่ขับรถออกมากำลังจะเลี้ยวเข้าไปยังร้านค้าที่อยู่ตรงข้ามถนน  ซึ่งก่อนถึงกลางถนน ได้มีรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง  ทราบภายหลังว่าเป็นรถจักรยานยนต์  ยี่ห้อฮอนด้า  สีน้ำเงิน  รุ่นเวฟ  100  หมายเลขทะเบียน  1  กฉ  1139  หนองคาย  ที่มีชาย  2  คน  ขับมาด้วยความเร็วสูงและได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ตนขับมาอย่างจัง  ทำให้ตนกระเด็นตกจากรถฟุบสลบนิ่งอยู่กลางถนน  จากนั้นประมาณ  5  นาที  จึงได้รู้สึกตัว  และถูกนำตัวไปยัง  รพ.ขุขันธ์  ซึ่งตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณหลังมือซ้าย  ต่อมาได้ดูจากคลิปวีดีโอจึงทราบว่าคู่กรณีที่มาชนตนถูกรถแท๊กซี่และรถปิคอัพชนซ้ำ  ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว



ทางด้าน  ร.ต.อ.บุญลักษณ์  เหลี่ยมแก้ว พนักงานสอบสวน  สภ.ขุขันธ์  กล่าวว่า ขณะนี้ตนกำลังเร่งดำเนินการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์  รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ  เพื่อสรุปหาสาเหตุข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น  จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว  ทำให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงพอสมควร  โดยตนได้เรียกนายประวิทย์  ซึ่งเป็นคู่กรณีมาสอบปากคำและได้เรียกตัวผู้ขับขี่รถแท็กซี่  หมายเลขทะเบียน  ทข  9  ศรีสะเกษ  ของบริษัทศรีสะเกษแท๊กซี่  มาทำการสอบปากคำ  หากดูตามคลิปภาพแล้วพบว่า แท็กซี่วิ่งมาตามปกติ  แต่รถจักรยานยนต์ที่มีนายอนุชิตขับไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่มีนายประวิทย์ขับมา  โดยเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่องทางการเดินรถของรถแท็กซี่  ซึ่งไม่ใช่การประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด  ส่วนกรณีรถปิคอัพที่เหยียบร่างของนายอนุชิตลากไปตามถนนไกลประมาณ  5  เมตรนั้น  จากการสอบปากคำพยานทราบเบาะแสชัดเจนแล้วว่าเป็นรถปิคอัพ  ยี่ห้อนิสสัน  สีแดง  เสริมกระบะด้านท้าย  หมายเลขทะเบียน  8954   ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด  มีถึงแกนลอลน้ำมันอยู่ท้ายรถ  ประมาณ  5  ถัง  ผู้ขับขี่เป็นชาย  ศีรษะเถิก สวมเสื้อสีขาว  กางเกงขาสั้น  สูงประมาณ  160  ซม.เศษ  อายุประมาณ  50  ปี  ซึ่งขณะนี้ทราบแล้วว่าเป็นรถของใคร  ตนจึงได้ให้ชุดสืบสวนไปติดตามเชิญตัวผู้ขับขี่ เพื่อมาทำการสอบปากคำแล้ว  ขณะนี้ตนยังไม่ได้ตั้งข้อหากับผู้ใด  เนื่องจากจะต้องสอบสวนเพื่อให้รู้ข้อเท็จจริงว่าเป็นความประมาทของผู้ใด  และอะไรเป็นเหตุของความประมาท  โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถปิคอัพสีแดงที่มาเหยียบซ้ำร่างของนายอนุชิตที่ยังไม่เสียชีวิต  เป็นความประมาทหรือไม่อย่างไร  ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ในเร็ว ๆ นี้  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ชยงค์  มณีพันธุ์เจริญ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.ศรีสะเกษ



Suggess News

Recommend News